
ณ อาณาจักรที่รุ่งเรืองแห่งหนึ่ง กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีบุรุษผู้หนึ่งนามว่า มหาชมพู เขาเป็นชายหนุ่มรูปงาม ร่ำรวยทรัพย์สินเงินทอง และมีครอบครัวอันเป็นที่รัก แต่ถึงกระนั้น เขากลับเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานที่ไร้ขอบเขต ชีวิตอันสุขสบายไม่เคยพอแก่ความต้องการของเขา วันหนึ่ง ขณะที่เขากำลังนั่งพักเหนื่อยใต้ต้นไม้ใหญ่ในยามบ่ายแก่ๆ เหงื่อของเขาก็ไหลรินลงสู่พื้นดิน เมื่อสายตาของเขาสังเกตเห็นหยาดเหงื่อที่ซึมหายไปในผืนดิน เขาก็พลันเกิดความคิดอันบ้าคลั่งขึ้นมา
“เหงื่อของข้า… ช่างมีค่าเสียจริง” มหาชมพูพึมพำกับตนเอง ดวงตาเป็นประกายด้วยความหลงใหล “มันคือสิ่งที่ข้าสร้างขึ้นมาด้วยเลือดเนื้อของข้าเอง หากข้าสามารถรวบรวมเหงื่อของข้าได้ทั้งหมด ข้าคงจะกลายเป็นผู้ที่ร่ำรวยที่สุดในสามโลก!” ความคิดนี้ได้ครอบงำจิตใจของเขาจนหมดสิ้น เขาเริ่มละเลยหน้าที่การงาน ทิ้งภรรยาและบุตรชายไป ออกเดินทางร่อนเร่พเนจรไปทั่วทุกสารทิศ เพียงเพื่อจะหาวิธีเก็บกักเหงื่อของตนเอง
การเดินทางของเขานั้นเต็มไปด้วยความยากลำบาก เขาอดอยาก ยากจน และถูกผู้คนหัวเราะเยาะ แต่ความหลงผิดในเหงื่อของตนเองนั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่า เขาพยายามประดิษฐ์ภาชนะต่างๆ นานา ตั้งแต่ถังไม้ใหญ่ยันกระบอกไม้ไผ่ แต่ทุกครั้งที่เขาเก็บเหงื่อได้ มันก็ระเหยหายไปอย่างรวดเร็ว หรือไม่ก็ซึมผ่านภาชนะไปจนหมด เขาเริ่มสิ้นหวัง ท้อแท้ แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้
วันหนึ่ง ขณะที่เขากำลังนั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่ริมลำธาร เห็นผู้คนกำลังตักน้ำไปใช้ เขาก็พลันมีประกายความคิดอีกครั้ง “หากข้าไม่สามารถเก็บเหงื่อของข้าได้… บางทีข้าอาจจะสามารถขายมันให้กับผู้อื่นได้!” เขาดีใจจนแทบจะกระโดดโลดเต้น เขาจึงตั้งแผงขายเหงื่อของตนเอง โดยบอกเล่าสรรพคุณอันเลิศลอยแก่ผู้ที่สัญจรผ่านไปมา “เหงื่อของข้า! บริสุทธิ์! มีพลัง! ผู้ใดได้ดื่มกิน จักมีกำลังวังชา! ผิวพรรณผ่องใส!”
มีชายผู้หนึ่งเดินผ่านมาด้วยความเหนื่อยอ่อน เขาเห็นแผงขายของมหาชมพูและได้ยินคำโฆษณาชวนเชื่อ เขาสงสัยแต่ก็อยากลอง จึงได้ขอซื้อเหงื่อของมหาชมพูไปดื่ม เมื่อดื่มเข้าไปแล้ว เขาก็ไม่ได้รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงใดๆ เลย เขาจึงกลับไปต่อว่ามหาชมพู “เจ้าหลอกลวงข้า! เหงื่อของเจ้าไม่มีค่าอันใดเลย!”
มหาชมพูยืนกรานว่าเหงื่อของตนมีค่า แต่ชายผู้นั้นไม่เชื่อ เขาเริ่มตะโกนบอกคนอื่นๆ ว่ามหาชมพูเป็นคนหลอกลวง ผู้คนจึงพากันมาต่อว่ามหาชมพู เขารู้สึกอับอายและเสียใจ แต่ก็ยังคงไม่เข้าใจว่าทำไมเหงื่อของตนจึงไม่มีค่าอย่างที่เขาคิด
ในขณะนั้นเอง พระพุทธเจ้าซึ่งเสด็จผ่านมาได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด จึงเสด็จเข้าไปหามหาชมพู “ดูก่อนมหาชมพู เหตุใดเจ้าจึงทำเช่นนี้?”
มหาชมพูเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้พระพุทธเจ้าฟัง พระพุทธเจ้าทรงแย้มพระสรวลเล็กน้อย แล้วตรัสว่า “เหงื่อของเจ้าเกิดขึ้นจากการตรากตรำทำงานหนัก ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี แต่การหลงยึดติดในสิ่งที่เป็นเพียงผลผลิตจากความเหนื่อยยาก จนนำไปสู่ความประมาทและการหลอกลวงผู้อื่นนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง”
“แล้วข้าควรทำอย่างไรเล่าพะยะค่ะ?” มหาชมพูถามด้วยความสิ้นหวัง
“จงกลับไปใช้ชีวิตของเจ้าตามปกติ หมั่นทำมาหากินด้วยความซื่อสัตย์ และบำเพ็ญบุญกุศล สิ่งเหล่านี้ต่างหากคือสิ่งที่มีค่าอย่างแท้จริง” พระพุทธเจ้าตรัสให้กำลังใจ
มหาชมพูได้สติ เขารู้สึกละอายใจในสิ่งที่ตนเองได้กระทำ เขาจึงรีบกลับบ้าน ไปขอโทษภรรยาและบุตรชาย และเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยความตั้งใจที่จะเป็นคนดี เขาเลิกหลงในเหงื่อของตนเอง หันมาใช้แรงกายแรงใจในการทำมาหากินอย่างสุจริต และช่วยเหลือผู้อื่น เมื่อเวลาผ่านไป ชีวิตของเขาก็มีความสุขและความเจริญรุ่งเรืองอย่างแท้จริง
— In-Article Ad —
อย่าหลงติดในสิ่งภายนอกที่เกิดขึ้นจากความเหนื่อยยาก จนละเลยคุณค่าที่แท้จริงของชีวิต และอย่าหลอกลวงผู้อื่นด้วยความโลภ.
บารมีที่บำเพ็ญ: ปัญญาบารมี
— Ad Space (728x90) —
215ทุกนิบาตกุกกุรชาดก ณ แคว้นมคธ อันเป็นแผ่นดินที่รุ่งเรืองด้วยพระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในสมัยพุทธกา...
💡 การทำความดีนั้น ย่อมมีอุปสรรคเข้ามาขัดขวางเสมอ แต่ผู้ที่มีจิตใจมั่นคง ไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก ย่อมสามารถก้าวข้ามผ่านไปได้ และผลแห่งความดีนั้น จะนำมาซึ่งความสุขและความเจริญที่แท้จริง
530มหานิบาตอัมพชาดก ในสมัยพุทธกาล พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นพระโพธิสัตว์ในชาติหนึ่ง เสวยพระชาติเป็นมนุษย์ผู้มีจ...
💡 การตระหนี่ถี่เหนียวจะนำมาซึ่งความทุกข์ยากและหายนะ การมีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และแบ่งปัน จะนำมาซึ่งความสุขและความเจริญรุ่งเรือง การให้ที่แท้จริงคือการให้ด้วยใจที่บริสุทธิ์
14เอกนิบาตอุกกัฏฐิชาดก ในอดีตกาล เมื่อพระโพธิสัตว์ทรงเป็นพราหมณ์หนุ่มผู้มีรูปงาม นามว่า "อุกกัฏฐิ" อาศัยอยู่ใ...
💡 การให้ย่อมมีค่าแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับเจตนา ผู้ให้ที่แท้จริงคือผู้ที่ให้ด้วยใจอันบริสุทธิ์ ปราศจากความเห็นแก่ตัว และหวังแต่ประโยชน์สุขของผู้อื่น
163ทุกนิบาตสุมังคลชาดกกาลครั้งหนึ่งในอดีตกาล ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรือง พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็น "สุมังคละ" พรา...
💡 การยอมรับความผิดพลาดของตนเอง และการมุ่งมั่นที่จะแก้ไข เป็นหนทางสู่การหลุดพ้นจากความทุกข์ และนำมาซึ่งความสงบสุขทั้งต่อตนเองและผู้อื่น
46เอกนิบาตทุติยกุมารชาดก ทุติยกุมารชาดก ครั้งเมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประทับอยู่ ณ พระ...
💡 ความอ่อนน้อมถ่อมตน ความเสียสละ และความเมตตากรุณา ย่อมนำมาซึ่งความเจริญและความสงบสุข
214ทุกนิบาตกุมารชาดก ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในยุคที่พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นพระกุมารผู้เปี่ยมด้วยพระปัญญาและความ...
💡 ปัญญาและเหตุผล ย่อมสามารถเอาชนะกำลังและความรุนแรงได้ การใช้วาจาอันสุนทรและการเจรจาอย่างชาญฉลาด เป็นหนทางที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง
— Multiplex Ad —