
ณ กรุงสาราวดีอันไพศาล มีพราหมณ์ผู้หนึ่งชื่อว่า ปุรทัตตะ อาศัยอยู่กับครอบครัว พราหมณ์ผู้นี้เป็นผู้มีฐานะปานกลาง แต่มีความทะเยอทะยานสูง มักใฝ่ฝันถึงทรัพย์สมบัติอันมากมายเกินกว่าฐานะของตน ทุกๆ วัน เขาจะนั่งนับเงินทองที่ตนมีอยู่ และครุ่นคิดถึงวิธีที่จะทำให้ร่ำรวยขึ้นอย่างรวดเร็ว
วันหนึ่ง ขณะที่ปุรทัตตะกำลังนั่งนับเงินอยู่ ก็มีนักบวชผู้ทรงศีลผ่านมาหน้าบ้าน เขามีท่าทีสงบสำรวม และมีรอยยิ้มอันเปี่ยมด้วยเมตตา
“สวัสดีท่านพราหมณ์” นักบวชกล่าว
“สวัสดีท่านผู้เจริญ” ปุรทัตตะตอบรับ “ท่านมาที่นี่มีธุระอันใดหรือ”
“เราเดินทางมาเพื่อขออาหารประทังชีวิต ขอท่านโปรดเมตตา” นักบวชกล่าว
ปุรทัตตะรู้สึกรำคาญเล็กน้อยที่การนั่งนับเงินของตนถูกรบกวน แต่ด้วยความเกรงใจ เขาจึงหยิบเหรียญทองจำนวนหนึ่งยื่นให้นักบวช
“นี่ ท่านเอาไปเถิด” เขาพูด
นักบวชรับเหรียญทองไป และกล่าวขอบคุณ “ขอให้ท่านจงประสบแต่ความสุขความเจริญ”
เมื่อนักบวชจากไป ปุรทัตตะก็กลับมานั่งนับเงินของตนเองอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาเริ่มรู้สึกไม่พอใจ
“ให้ไปแค่นี้เองหรือ? ข้าควรจะเก็บเงินนี้ไว้ให้หมด” เขาบ่นกับตัวเอง
ทันใดนั้นเอง เขาก็นึกถึงเรื่องที่เคยได้ยินมาเกี่ยวกับสมบัติที่ซ่อนอยู่ในป่าลึก เขาเชื่อว่าหากตนเองออกไปค้นหา ก็คงจะได้สมบัติจำนวนมากกลับมา
“ข้าจะไปค้นหาสมบัติในป่า! ข้าจะไม่ยอมเสียเงินเพียงเล็กน้อยให้กับใครอีกต่อไป” ปุรทัตตะตัดสินใจ
เขาบอกลาภรรยาและลูกๆ ว่าจะออกไปหาของป่า และก็ออกเดินทางไปยังป่าทึบที่ไม่มีใครเคยเข้าไป
ปุรทัตตะเดินทางเข้าไปในป่าลึกเป็นเวลาหลายวัน เขาเดินโซซัดโซเซด้วยความเหน็ดเหนื่อย และเริ่มรู้สึกหิว
“ข้าควรจะหาอะไรกินเสียหน่อย” เขาคิด
ขณะที่กำลังจะเก็บผลเบอร์รี่บางอย่างมากิน เขาก็ได้ยินเสียงดังมาจากพุ่มไม้
“ใครอยู่ตรงนั้น!” เขาตะโกน
ปรากฏร่างของชายแก่ผู้หนึ่งออกมาจากพุ่มไม้ ชายแก่นั้นมีท่าทีอ่อนแอ และดูเหมือนจะหลงทาง
“ท่านพ่อหนุ่ม ข้าหลงทางมาหลายวันแล้ว โปรดช่วยข้าด้วย” ชายแก่กล่าว
ปุรทัตตะมองชายแก่ด้วยความรำคาญ “ท่านมาทำอะไรที่นี่? ข้ากำลังจะหาของกิน”
“ข้าก็หิวเช่นกัน โปรดแบ่งปันอาหารให้ข้าด้วย” ชายแก่ขอร้อง
ปุรทัตตะลังเล เขาไม่แน่ใจว่าควรจะแบ่งอาหารให้ชายแก่หรือไม่
“ข้ามีอาหารไม่มากนัก” เขาพูด
“โปรดเถิดท่านพ่อหนุ่ม อาหารเพียงเล็กน้อยก็อาจช่วยชีวิตข้าได้” ชายแก่ร้องขอ
สุดท้าย ปุรทัตตะก็ยอมแบ่งอาหารให้ชายแก่ ชายแก่นั้นรับประทานอาหารด้วยความขอบคุณ
“ขอบใจท่านมาก พ่อหนุ่ม” ชายแก่กล่าว “เพื่อเป็นการตอบแทน ข้าจะบอกความลับบางอย่างให้ท่าน”
ปุรทัตตะสนใจ “ความลับอันใดหรือ?”
“ในป่าแห่งนี้ มีสมบัติที่ซ่อนอยู่มากมาย แต่มีเพียงผู้ที่มีจิตใจบริสุทธิ์เท่านั้นที่จะพบมัน” ชายแก่กล่าว
เมื่อชายแก่พูดจบ เขาก็หายตัวไปอย่างลึกลับ
ปุรทัตตะรู้สึกประหลาดใจ แต่ก็ดีใจที่ได้รู้ความลับ เขาเดินต่อไปในป่าด้วยความหวัง
เขาเดินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงบริเวณที่มีต้นไม้โบราณขนาดใหญ่ขึ้นอยู่หลายต้น ทันใดนั้น เขาก็ได้ยินเสียงกระซิบมาจากต้นไม้
“จงขุดที่นี่ แล้วท่านจะพบสมบัติ”
ปุรทัตตะดีใจมาก เขารีบหยิบพลั่วที่พกมาด้วย และเริ่มขุดดิน
เมื่อขุดไปได้สักพัก เขาก็พบกับหีบสมบัติใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยทองคำและอัญมณี
“ในที่สุด! ข้าก็เจอแล้ว!” เขาตะโกนด้วยความดีใจ
เขารีบขนสมบัติกลับบ้าน และกลายเป็นมหาเศรษฐีในชั่วข้ามคืน
แต่ความโลภของปุรทัตตะก็ไม่เคยลดน้อยลง เขายังคงต้องการทรัพย์สมบัติมากขึ้นเรื่อยๆ
วันหนึ่ง เขาก็ได้ยินข่าวเกี่ยวกับสมบัติที่ซ่อนอยู่ในถ้ำลึก เขาจึงตัดสินใจออกเดินทางไปค้นหาสมบัติอีกครั้ง
เขาเดินทางเข้าไปในถ้ำ และพบกับสัตว์ร้ายมากมาย แต่ด้วยความโลภที่ครอบงำจิตใจ เขาไม่สนใจอันตรายใดๆ
สุดท้าย เขาก็พบกับถ้ำที่เต็มไปด้วยทองคำ แต่เขาก็ต้องแลกด้วยชีวิต
ปุรทัตตะเสียชีวิตในถ้ำนั้น ด้วยความโลภที่ครอบงำ ทำให้เขาไม่สามารถควบคุมตนเองได้
ชาดกเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความโลภเป็นกิเลสที่อันตรายที่สุด มันสามารถนำพาเราไปสู่ความฉิบหายได้ หากเราไม่รู้จักประมาณตน
— In-Article Ad —
ความโลภเป็นต้นเหตุแห่งความฉิบหาย หากไม่รู้จักพอ ย่อมนำพาตนไปสู่ความพินาศ
บารมีที่บำเพ็ญ: สันโดษบารมี, วิริยบารมี
— Ad Space (728x90) —
247ทุกนิบาตมหาปทุมชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในดินแดนอันไพศาล มีนครอันงดงามนามว่า มิถิลา นครแห่งนี้รุ่งเรืองด้ว...
💡 ความเมตตาและการให้อภัยสามารถเปลี่ยนแปลงจิตใจที่แข็งกระด้างและนำพามาซึ่งความสงบสุขได้
345จตุกกนิบาตเสียงหัวเราะที่สะท้อนณ อาณาจักรที่เต็มไปด้วยความรื่นเริงนามว่า สุธรรมราษฎร์ มีพระราชาผู้ทรงรักในเสีย...
💡 ความสุขที่แท้จริงมาจากการรู้จักพอใจในสิ่งที่ตนมี และเห็นคุณค่าของชีวิต ไม่ใช่จากสิ่งภายนอก
510ปกิณณกนิบาตณ แคว้นมัททุรา อันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณธัญญาหาร ผู้คนอยู่เย็นเป็นสุขภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารแห่ง ...
💡 การให้ทานอย่างแท้จริงนั้น ไม่ใช่เพียงการให้วัตถุสิ่งของเท่านั้น แต่เป็นการให้ด้วยจิตที่เปี่ยมด้วยเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา การให้ทานที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือการให้ที่สามารถขจัดความทุกข์ยากของผู้รับได้อย่างยั่งยืน และการให้ที่เกิดจากความเสียสละส่วนตน เพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม.
369ปัญจกนิบาตเมฆชาดก ในอดีตกาล เมื่อครั้งพระโพธิสัตว์ทรงเวียนว่ายตายเกิดเป็นวิสสชน พราหมณ์ผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด อ...
💡 นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การมีปัญญาและรู้จักประมาณตนในการใช้จ่าย เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการดำเนินชีวิต ผู้ที่ไม่รู้จักสำนึกในความผิดพลาดของตนเอง และยังคงดำเนินชีวิตในทางที่ผิด ก็ย่อมประสบกับความเดือดร้อนและล่มจมในที่สุด
394ฉักกนิบาตสัฏฐิปาลชาดกณ เมืองพาราณสี อันเป็นเมืองหลวงของแคว้นกาสี ในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงดี และคว...
💡 การสั่งสมความดี คือยาอายุวัฒนะที่แท้จริง ที่จะนำมาซึ่งความสุขและความยืนยาว.
354ปัญจกนิบาตมหาสัตตปัตตะชาดกในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ป่าใหญ่อันกว้างใหญ่ไพศาล ณ เชิงเขาพระสุเมรุ มีมหาสัตตปัตต...
💡 ความเพียรพยายามและการเสียสละเพื่อส่วนรวม แม้จะดูเล็กน้อย ก็สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ได้.
— Multiplex Ad —