
ในสมัยพุทธกาล ณ เมืองสาวัตถี มีพราหมณ์ผู้หนึ่งชื่อ “กัณหะ” (แปลว่า ดำ) แม้ชื่อของเขาจะบ่งบอกถึงความมืดมน แต่กัณหะเป็นพราหมณ์ที่ร่ำรวย มีทรัพย์สินเงินทองมากมาย และเป็นที่นับถือของคนทั่วไป เพราะเขาเป็นผู้รู้ในพิธีกรรมและคาถาอาคมต่างๆ แต่ทว่า กัณหะเป็นคนตระหนี่ถี่เหนียวอย่างยิ่ง เขาหวงแหนทรัพย์สมบัติของตนเองเป็นที่สุด และไม่เคยคิดจะแบ่งปันให้กับผู้ใดเลย
วันหนึ่ง พระพุทธองค์ทรงทราบถึงความตระหนี่ของกัณหะ จึงเสด็จไปยังบ้านของกัณหะพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ เมื่อไปถึง ทรงประทับนั่งบนอาสนะที่กัณหะจัดเตรียมไว้ให้
กัณหะเมื่อเห็นพระพุทธองค์ ก็มีความปลาบปลื้มใจที่พระองค์เสด็จมาถึงบ้านของตน แต่ด้วยความตระหนี่ที่มีอยู่เต็มเปี่ยม เขาจึงไม่ได้เตรียมอาหารอันประณีตมาถวายพระพุทธองค์และภิกษุสงฆ์
พระพุทธองค์ทรงมีพุทธประสงค์จะสอนให้กัณหะละทิ้งความตระหนี่ จึงตรัสถามกัณหะว่า “ดูก่อนกัณหะ เหตุใดเจ้าจึงไม่เตรียมอาหารอันประณีตมาถวายเรา และเหล่าภิกษุ”
กัณหะกราบทูลด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “ข้าแต่พระองค์ ข้าพระองค์ได้เตรียมอาหารมาถวายแล้ว แต่เนื่องจากข้าพระองค์เป็นผู้มีทรัพย์น้อย จึงไม่สามารถจัดหาอาหารที่ดีที่สุดได้”
พระพุทธองค์ทรงทราบว่ากัณหะโกหก จึงทรงแสดงอิทธิฤทธิ์ เนรมิตให้กัณหะเห็นภาพในอดีตชาติของตนเอง
ในชาติอดีต กัณหะได้เกิดเป็นพราหมณ์เช่นกัน เขาเป็นผู้ที่ร่ำรวยมหาศาล แต่ก็ตระหนี่อย่างยิ่งเช่นกัน วันหนึ่ง มีพระปัจเจกพุทธเจ้าองค์หนึ่ง ได้มาบิณฑบาตที่บ้านของเขา แต่ด้วยความตระหนี่ กัณหะจึงไม่ได้ถวายอาหารแก่พระปัจเจกพุทธเจ้าแม้แต่น้อย
เมื่อพระปัจเจกพุทธเจ้าเสด็จไปแล้ว กัณหะก็เกิดความเสียดายทรัพย์ที่ตนเองจะเสียไป หากได้ถวายอาหารแก่ท่าน ความเสียดายนั้นได้ติดตามเขาไปทุกภพทุกชาติ ทำให้เขาต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่แต่ในภพภูมิที่ยากจนข้นแค้น
จากนั้น พระพุทธองค์ก็ทรงแสดงภาพของตนเองในชาติอดีตชาติหนึ่ง ซึ่งเป็นชาติที่พระองค์ได้บำเพ็ญทานอย่างยิ่งใหญ่ ได้ถวายอาหารอันประณีตแก่พระปัจเจกพุทธเจ้า ทำให้พระองค์ได้พบกับความสุขความเจริญ และได้เกิดในภพภูมิที่ดีมาโดยตลอด
เมื่อกัณหะได้เห็นภาพในอดีตชาติของตนเองและพระพุทธองค์ เขาก็เกิดความสลดใจเป็นอย่างยิ่ง เขาตระหนักถึงผลร้ายของความตระหนี่ และเห็นถึงอานิสงส์ของการให้ทาน
พระพุทธองค์ทรงตรัสสอนกัณหะว่า “ดูก่อนกัณหะ ทรัพย์สมบัติที่เจ้าหวงแหนนั้น หากเจ้าไม่รู้จักแบ่งปันให้แก่ผู้ที่ควรให้ ย่อมเป็นเหมือนทรัพย์สมบัติที่กองไว้ให้เน่าเปื่อยไปวันๆ ความตระหนี่เป็นเหมือนไฟที่เผาผลาญจิตใจ ทำให้เจ้าไม่พบกับความสุขที่แท้จริง การให้ทานต่างหาก คือการนำพาไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง และความสุขที่ยั่งยืน”
กัณหะเมื่อได้ฟังธรรมะและได้เห็นอดีตของตนเอง ก็เกิดความสำนึกผิด เขาจึงได้นำอาหารอันประณีตที่เตรียมไว้ มาถวายแก่พระพุทธองค์และภิกษุสงฆ์ด้วยความเต็มใจ
นับแต่นั้นมา กัณหะก็ละทิ้งความตระหนี่ หันมาบำเพ็ญทานอย่างสม่ำเสมอ เขาได้แบ่งปันทรัพย์สินให้แก่ผู้ยากไร้ และได้ช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน เขาพบว่าการให้ทานนั้น ทำให้จิตใจของเขามีความสุขสงบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และชีวิตของเขาก็เจริญรุ่งเรืองขึ้นเรื่อยๆ
— In-Article Ad —
ความตระหนี่เป็นเหมือนไฟที่เผาผลาญจิตใจ ทำให้ขาดความสุขที่แท้จริง การรู้จักแบ่งปันและการให้ทาน คือหนทางสู่ความเจริญรุ่งเรืองและความสุขที่ยั่งยืน
บารมีที่บำเพ็ญ: ทานบารมี
— Ad Space (728x90) —
503ปกิณณกนิบาตพระโพธิสัตว์เป็นมนุษย์ผู้มีเมตตา ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ยังเวียนว่ายอยู่ในสังสารวัฏ ทรงบำเพ็ญบารมีอัน...
💡 ความเมตตาเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง ผู้ที่มีความเมตตาย่อมเป็นที่รักของคนทั่วไป และสามารถช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นจากทุกข์ได้ การเสียสละเพื่อส่วนรวม และการช่วยเหลือผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก คือคุณธรรมอันประเสริฐที่ทุกคนควรยึดถือปฏิบัติ
7เอกนิบาตกุรุงคมุขชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ มีเมืองสำคัญแห่งหนึ่งชื่อว่า ราชคฤห์ อันเป็นที่ประท...
💡 การช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน และการเสียสละเพื่อผู้อื่น เป็นคุณธรรมอันประเสริฐที่จะนำพาความสุขที่แท้จริงมาให้ การหลงในความโลภ ความเชื่อผิดๆ และการเบียดเบียนผู้อื่น จะนำมาซึ่งความทุกข์และความเดือดร้อน
318จตุกกนิบาตสุมังคลชาดกณ เมืองพาราณสี ในสมัยโบราณ เมื่อครั้งที่พระโพธิสัตว์ทรงดำรงชีวิตอยู่ ทรงได้อุบัติเป็น 'พร...
💡 การให้และการแบ่งปัน นำมาซึ่งความสุขและความเจริญรุ่งเรือง
80เอกนิบาตสัมพาหุชาดก ณ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในอดีตชาติอันไกลโพ้น เมื่อครั้งที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายัง...
💡 ความฉลาดและปัญญาประเสริฐกว่ากำลังกาย
354ปัญจกนิบาตมหาสัตตปัตตะชาดกในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ป่าใหญ่อันกว้างใหญ่ไพศาล ณ เชิงเขาพระสุเมรุ มีมหาสัตตปัตต...
💡 ความเพียรพยายามและการเสียสละเพื่อส่วนรวม แม้จะดูเล็กน้อย ก็สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ได้.
330จตุกกนิบาตกุมภชาดกในอดีตกาล พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นบุตรของกษัตริย์แห่งเมืองสาวัตถี ทรงพระนามว่า เจ้าชายสารภั...
💡 การมีทรัพยากรอย่างอุดมสมบูรณ์เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากปราศจากจิตสำนึกที่ดีและความสามัคคี การรู้คุณค่าของสิ่งที่มี และการรู้จักแบ่งปัน คือหนทางสู่ความสุขที่ยั่งยืน
— Multiplex Ad —