
ณ ทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ ที่ซึ่งลมพัดโชยเอื่อยๆ ทำให้ยอดหญ้าเอนไหวไปตามลม มีฝูงม้าป่าอาศัยอยู่ ท่ามกลางฝูงม้านั้น มีม้าตัวหนึ่งโดดเด่นกว่าใคร มันมีรูปร่างสูงสง่า สง่างาม และมีแววตาที่ฉลาดเฉลียว ม้าตัวนี้คือพระโพธิสัตว์ผู้ทรงบำเพ็ญเพียรเพื่อปัญญา
วันหนึ่ง เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นในทุ่งหญ้า มีเสือร้ายตัวหนึ่งปรากฏกายขึ้น มันมีร่างกายกำยำ เขี้ยวเล็บแหลมคม และดวงตาที่ลุกโชนไปด้วยความหิวกระหาย เสือร้ายได้เริ่มออกล่าสัตว์ในทุ่งหญ้า สร้างความหวาดกลัวแก่ฝูงม้าเป็นอย่างมาก
ม้าทั้งหลายต่างพากันแตกตื่น วิ่งหนีเอาชีวิตรอดกันอลหม่าน แต่เสือร้ายก็ยังคงไล่ตามอย่างไม่ลดละ
ม้าพระโพธิสัตว์เห็นเช่นนั้น ก็รู้ดีว่าหากเพียงแค่หนีไปเรื่อยๆ ก็อาจจะตกเป็นเหยื่อของเสือได้ มันจึงตัดสินใจที่จะใช้ปัญญาของตนเองในการแก้ไขปัญหานี้
“เราหนีไปเรื่อยๆ แบบนี้ ไม่ได้ผล” ม้าพระโพธิสัตว์คิดในใจ “เราต้องหาวิธีอื่น”
มันมองเห็นทุ่งหญ้าแห่งนี้มีภูมิประเทศที่ซับซ้อน มีโขดหินและต้นไม้ใหญ่อยู่เป็นจำนวนมาก
“ข้าจะล่อให้เสือเข้ามาในบริเวณที่มีอุปสรรค” มันคิด
ม้าพระโพธิสัตว์จึงเริ่มวิ่งวนไปมา โดยพยายามดึงความสนใจของเสือร้ายให้หันมาทางตนเอง มันวิ่งไปในทิศทางที่ม้าตัวอื่นไม่ได้วิ่งหนีไป
“เฮ้ เจ้าเสือ! มานี่สิ!” ม้าพระโพธิสัตว์ร้องท้าทาย
เสือร้ายได้ยินเสียงท้าทาย ก็ยิ่งรู้สึกโกรธแค้น มันจึงไล่ตามม้าพระโพธิสัตว์ไปอย่างไม่คิดชีวิต
ม้าพระโพธิสัตว์วิ่งนำเสือร้ายไปในเส้นทางที่มันได้วางแผนไว้ มันวิ่งผ่านโขดหินที่สูงชัน และหลบหลีกต้นไม้ใหญ่อย่างคล่องแคล่ว
เสือร้ายซึ่งมีร่างกายใหญ่โตกว่า ไม่สามารถหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้อย่างคล่องแคล่วเท่า ม้าพระโพธิสัตว์
“เจ้าจะหนีข้าไปได้สักเท่าไหร่!” เสือร้ายคำราม
“ข้าจะหนีท่านไปจนกว่าท่านจะหมดแรง” ม้าพระโพธิสัตว์ตอบ
ขณะที่วิ่งไป ม้าพระโพธิสัตว์ได้สังเกตเห็นเหวที่อยู่ไม่ไกลนัก มันจึงตัดสินใจที่จะใช้เหวแห่งนี้ให้เป็นประโยชน์
มันวิ่งนำเสือร้ายไปจนถึงบริเวณริมเหว แล้วหักเลี้ยวอย่างรวดเร็ว
เสือร้ายซึ่งกำลังไล่ตามอย่างดุเดือด ไม่ทันสังเกตเห็นเหวที่อยู่เบื้องหน้า มันจึงเสียหลัก พลัดตกลงไปในเหวลึก
สิ้นเสียงร้องของเสือร้าย ก็เป็นอันว่ามันตายไป
ม้าพระโพธิสัตว์หอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน แต่ก็รู้สึกโล่งใจที่สามารถช่วยชีวิตฝูงม้าไว้ได้
เมื่อฝูงม้าเห็นว่าเสือร้ายได้ตายไปแล้ว ก็พากันออกมาจากที่ซ่อน
“ท่านช่างมีปัญญาเฉลียวฉลาดจริงๆ” ม้าตัวอื่นกล่าวชื่นชม “ท่านได้ช่วยพวกเราไว้”
“ข้าเพียงแค่ใช้ปัญญาที่ได้รับมา” ม้าพระโพธิสัตว์กล่าว “หากเราใช้ปัญญาอย่างถูกต้อง ย่อมสามารถเอาชนะอุปสรรคที่ใหญ่หลวงได้”
นับแต่นั้นมา ม้าทั้งหลายในฝูงก็ให้ความเคารพม้าพระโพธิสัตว์เป็นอย่างมาก และมักจะปรึกษาหารือกับมันในทุกๆ เรื่อง
เรื่องราวของม้าผู้มีปัญญานี้ ได้เป็นเครื่องยืนยันว่า ปัญญาที่แท้จริงนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การเรียนรู้ แต่คือการนำความรู้มาใช้แก้ปัญหาได้อย่างชาญฉลาด
— In-Article Ad —
ปัญญา คือแสงสว่างที่ช่วยให้เรามองเห็นทางออก และสามารถเอาชนะอุปสรรคที่ยากลำบากได้
บารมีที่บำเพ็ญ: ปัญญาบารมี
— Ad Space (728x90) —
256ติกนิบาตกุมภทาสชาดก (ครั้งที่ 2) ในอดีตกาลอันไกลโพ้น เมื่อพระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นพระกุมภทาส ทรงเป็นพราหมณ...
💡 การช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความบริสุทธิ์ใจ ย่อมนำมาซึ่งผลบุญอันยิ่งใหญ่
542มหานิบาตมหาสุบินชาดก (Mahāsubhina Jātaka)ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงเป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งแคว้นกาสี มีพระน...
💡 สติปัญญาและความรู้ที่ได้มา จะมีคุณค่ายิ่ง หากนำไปใช้ในการพิจารณาไตร่ตรอง และประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการดำเนินชีวิตและการปกครอง.
128เอกนิบาตมหาปาลชาดกณ เมืองเวสาลี อันเป็นเมืองที่เปี่ยมด้วยความศรัทธาและภูมิปัญญา มีบุรุษผู้หนึ่งชื่อ ปาละ เขา...
💡 ความดีและความบริสุทธิ์ย่อมชนะความอิจฉาริษยาและคำใส่ร้าย
277ติกนิบาตสาขชาดก ณ ดินแดนอันไกลโพ้น มีเมืองอันรุ่งเรืองนามว่า “เวสาลี” ในเมืองนี้มีบุรุษผู้หนึ่ง เป็นพ่อค้าผู...
💡 ความตระหนี่นำมาซึ่งความทุกข์ การให้ทานเป็นการสร้างบุญกุศลที่จะช่วยให้พ้นจากความทุกข์
148เอกนิบาตสุชาตชาดกณ เมืองเวสาลี มีสตรีนางหนึ่งนามว่า สุชาดา นางเป็นหญิงสาวที่มีความเฉลียวฉลาด มีไหวพริบ และมี...
💡 คุณค่าของคนไม่ได้อยู่ที่ชาติกำเนิด แต่อยู่ที่ความรู้ ความสามารถ และจิตใจที่ดีงาม
207ทุกนิบาตมหิสชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นโกศลอันรุ่งเรือง พระโพธิสัตว์บังเกิดเป็นควายป่าผู้มีพละกำลังม...
💡 ผู้นำที่แข็งแกร่งและกล้าหาญคือเสาหลักของหมู่คณะ ความกล้าหาญอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีสติปัญญาและไหวพริบด้วย.
— Multiplex Ad —