
ในอดีตกาล พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นกษัตริย์ผู้ทรงปัญญา และมีคุณธรรมสูงส่ง ปกครองอาณาจักรกระบือ (ซึ่งก็คือแคว้นมคธในปัจจุบัน) ด้วยทศพิธราชธรรม
วันหนึ่ง ขณะที่พระองค์กำลังเสด็จประพาสป่า ทรงพบกับชายหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะท่าทางอิดโรย ดูสิ้นหวัง และกำลังจะอดตาย
ด้วยพระทัยอันเปี่ยมด้วยเมตตา พระโพธิสัตว์จึงทรงเข้าไปสอบถามถึงสาเหตุแห่งความทุกข์ยาก
ชายหนุ่มผู้นั้นได้เล่าว่า ตนเองเป็นลูกของพ่อค้า ซึ่งเคยมีฐานะร่ำรวย แต่บัดนี้ได้ล้มละลายไปแล้ว ทำให้ตนเองต้องตกอยู่ในสภาพยากจนข้นแค้น และไม่มีทางจะดำเนินชีวิตต่อไปได้
พระโพธิสัตว์เมื่อได้ฟังดังนั้น ก็บังเกิดความสงสาร และทรงมีพระประสงค์ที่จะช่วยเหลือ
พระองค์จึงทรงนำชายหนุ่มผู้นั้นกลับไปยังพระราชวัง และทรงประทานอาหารอันโอชะให้รับประทาน พร้อมทั้งให้ที่พักอาศัยอย่างดี
“เจ้าอย่าได้กังวลใจไปเลย” พระโพธิสัตว์ตรัสด้วยพระสุรเสียงอันอ่อนโยน “นับจากนี้ไป เจ้าจงอยู่ที่นี่กับเรา เราจะดูแลเจ้าเอง”
ชายหนุ่มผู้นั้นดีใจเป็นล้นพ้น และซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระโพธิสัตว์
วันเวลาผ่านไป ชายหนุ่มผู้นั้นก็ได้มีสุขภาพพลานามัยที่ดีขึ้น และเริ่มมีความคิดที่จะตอบแทนพระโพธิสัตว์
เขาจึงได้เข้าไปกราบทูลพระโพธิสัตว์ว่า “ข้าแต่พระองค์ ข้าพเจ้าได้รับความเมตตาจากพระองค์อย่างหาที่สุดมิได้ ข้าพเจ้าปรารถนาที่จะตอบแทนบุญคุณของพระองค์ ด้วยการรับใช้และทำงานต่างๆ ที่พระองค์มอบหมาย”
พระโพธิสัตว์ทรงยินดี และได้มอบหมายงานต่างๆ ให้แก่ชายหนุ่มผู้นั้นทำ
ชายหนุ่มผู้นั้นได้ทำงานทุกอย่างด้วยความขยันขันแข็ง และซื่อสัตย์ เขาสามารถทำงานทุกอย่างได้อย่างยอดเยี่ยม และเป็นที่โปรดปรานของพระโพธิสัตว์
ต่อมา พระโพธิสัตว์ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะเดินทางไปยังเมืองกลิงคราฐ เพื่อติดต่อค้าขาย
พระองค์จึงได้ทรงแต่งตั้งให้ชายหนุ่มผู้นั้นเป็นผู้ดูแลราชการแทน ในระหว่างที่พระองค์ไม่อยู่
“เจ้าจงดูแลเมืองของเราให้ดี” พระโพธิสัตว์ตรัส “อย่าได้ปล่อยให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชน”
ชายหนุ่มผู้นั้นรับหน้าที่ด้วยความตั้งใจ และบริหารราชการบ้านเมืองได้อย่างดี
แต่ทว่า ขณะที่พระโพธิสัตว์ทรงเดินทางไปยังเมืองกลิงคราฐ ก็ได้พบกับอุบาสิกาผู้หนึ่ง ซึ่งมีรูปโฉมงดงาม และมีกิริยามารยาทอันนุ่มนวล
พระโพธิสัตว์ทรงเห็นดังนั้น ก็บังเกิดความรัก และปรารถนาที่จะได้นางมาเป็นพระมเหสี
อุบาสิกาผู้นั้นเมื่อได้พบกับพระโพธิสัตว์ ก็เกิดความเลื่อมใสในพระองค์ และตกลงที่จะอภิเษกสมรสด้วย
แต่ทว่า อุบาสิกาผู้นั้นมีเงื่อนไขบางประการ
นางกล่าวว่า “ข้าแต่พระองค์ ข้าพเจ้าจะยอมเป็นพระมเหสีของพระองค์ ก็ต่อเมื่อพระองค์ทรงสามารถมอบสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของพระองค์ให้แก่ข้าพเจ้าได้”
พระโพธิสัตว์เมื่อได้ยินดังนั้น ก็ทรงขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง และทรงตระหนักว่า สิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของพระองค์ คือ “ดวงตา” ของพระองค์เอง
พระโพธิสัตว์ทรงตัดสินพระทัยที่จะมอบดวงตาข้างหนึ่งของพระองค์ให้กับอุบาสิกาผู้นั้น เพื่อเป็นการแสดงความรัก และความตั้งใจจริง
เมื่อพระโพธิสัตว์ทรงมอบดวงตาข้างหนึ่งให้แก่อุบาสิกาผู้นั้นแล้ว พระองค์ก็ทรงตาบอดไปหนึ่งข้าง
ส่วนอุบาสิกาผู้นั้น เมื่อได้รับดวงตาของพระโพธิสัตว์ไปแล้ว ก็ทรงกลับกลายเป็นนางฟ้า และได้เสด็จกลับสู่สวรรค์
พระโพธิสัตว์ทรงเสียพระทัยเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ทรงยอมรับในผลของการตัดสินใจของพระองค์
ในขณะเดียวกัน ชายหนุ่มผู้นั้น ซึ่งเป็นผู้ดูแลราชการแทน ก็ได้ทราบข่าวเรื่องราวที่เกิดขึ้น
ด้วยความกตัญญู และความรักที่มีต่อพระโพธิสัตว์ เขาจึงได้รีบเดินทางกลับไปยังเมืองกระบือ
เมื่อกลับมาถึง ชายหนุ่มผู้นั้นได้เข้าเฝ้าพระโพธิสัตว์ และกล่าวว่า “ข้าแต่พระองค์ ข้าพเจ้าทราบข่าวเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้ว ข้าพเจ้าเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่พระองค์ทรงได้รับความทุกข์ทรมานเช่นนี้ ข้าพเจ้าขอถวายดวงตาของข้าพเจ้า เพื่อทดแทนดวงตาของพระองค์”
พระโพธิสัตว์เมื่อได้ยินดังนั้น ก็บังเกิดความประหลาดใจ และซาบซึ้งในน้ำใจของชายหนุ่มผู้นั้น
พระองค์ทรงรับดวงตาของชายหนุ่มผู้นั้นไว้ และทรงสามารถกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง
ทั้งสองได้ใช้ชีวิตร่วมกันด้วยความรัก และความกตัญญู
พระโพธิสัตว์ทรงปกครองอาณาจักรด้วยทศพิธราชธรรม และทรงเป็นที่รักของประชาชน
ในชาติสุดท้าย พระโพธิสัตว์ได้ทรงเป็นพระพุทธเจ้า และได้ทรงแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของความเสียสละ ความกตัญญู และการไม่ยึดติดในสิ่งต่างๆ.
— In-Article Ad —
ความเสียสละ ความกตัญญู และการไม่ยึดติด ย่อมนำมาซึ่งความสุขที่แท้จริง และเป็นแบบอย่างอันดีงาม.
บารมีที่บำเพ็ญ: เนกขัมมบารมี, ขันติบารมี
— Ad Space (728x90) —
372ปัญจกนิบาตกัณหาชาดก ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงเวียนว่ายตายเกิดเป็นพระเวสสันดร พระองค์ทรงดำร...
💡 กัณหาชาดกนี้ สอนให้เราเห็นถึงความสำคัญของการเสียสละและความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การบำเพ็ญทานบารมี แม้ว่าจะต้องแลกมาด้วยความทุกข์ยากลำบากเพียงใด แต่ผลของทานนั้นย่อมนำมาซึ่งผลบุญอันยิ่งใหญ่.
108เอกนิบาตมหาปทุมชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยพุทธกาลอันรุ่งเรือง ณ กรุงสาวัตถี มีเศรษ...
💡 ความรักที่แท้จริงย่อมเอาชนะอุปสรรคทั้งปวงได้ แม้จะต้องเผชิญกับความโลภ ความอยุติธรรม และการหลอกลวง
176ทุกนิบาตมหิโลมชาดก (เรื่องแมว) กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นโกศล ท่ามกลางความเจริญรุ่งเรืองของนครสาวัตถี ม...
💡 ความตระหนี่เป็นเหมือนโซ่ตรวนที่พันธนาการจิตใจ ไม่ให้พบกับความสุขที่แท้จริง การรู้จักแบ่งปันและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ผู้อื่น นำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองและความสุขที่ยั่งยืน
115เอกนิบาตอัชชุตรชาดก ณ เมืองพาราณสีอันรุ่งเรือง มีพระราชาผู้ทรงธรรมพระนามว่า พระเจ้าอัชชุตร พระองค์ทรงปกครองบ...
💡 การให้ย่อมชนะความโลภ และการมีน้ำใจสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดจากความเห็นแก่ตัว
107เอกนิบาตสิริมานทกชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรือง พระเจ้าพรหมทัตทรงครองราชสมบัติด้วย...
💡 ความเย่อหยิ่งและความดูหมิ่นผู้อื่นเป็นกิเลสที่อันตราย สามารถนำพาไปสู่ความตกต่ำได้ หากไม่หมั่นพิจารณาตนเองและปรับปรุงแก้ไข
203ทุกนิบาตสักกทิสสูตรณ แคว้นมถุรา อันเป็นแคว้นที่อุดมสมบูรณ์และมีผู้คนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก มีบุรุษผู้หนึ่งนาม...
💡 การไม่รู้จักให้และการยึดติดในวัตถุ ย่อมนำมาซึ่งความทุกข์ยากและการลงโทษ การรู้จักแบ่งปันและให้ด้วยใจที่ยินดี ย่อมนำมาซึ่งความสุข ความเจริญ และการอภัย
— Multiplex Ad —