
ณ แคว้นมคธอันไพศาล มีพราหมณ์ผู้หนึ่งนามว่า กัณหา พราหมณ์ผู้นี้เป็นผู้มีทรัพย์สินเงินทองมากมายมหาศาล เป็นที่หมายปองของหญิงสาวทั่วทั้งแคว้น แต่กระนั้นก็ตาม กัณหาพราหมณ์ก็ยังไม่เคยพบเจอหญิงสาวที่ตนเองพึงพอใจ
วันหนึ่ง ขณะที่กัณหาพราหมณ์กำลังทรงช้างเผือกคู่บารมีของตนเอง ทรงประดับประดาอย่างงดงาม เพื่อจะไปร่วมงานเฉลิมฉลองที่พระราชวัง ทันใดนั้นเอง ก็ทรงทอดพระเนตรเห็นหญิงสาวผู้หนึ่ง กำลังนั่งอยู่ริมทาง
หญิงสาวผู้นั้นมีรูปโฉมงดงามราวกับนางฟ้า ผิวพรรณผุดผ่องดุจทองคำ แต่ทว่านางกลับมีท่าทีเศร้าสร้อย
“แม่สาวน้อย เหตุไฉนจึงได้นั่งเศร้าสร้อยอยู่ริมทางเช่นนี้เล่า?” กัณหาพราหมณ์ถามด้วยความสงสัย
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองกัณหาพราหมณ์ด้วยดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยน้ำตา “ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าเป็นหญิงกำพร้า บิดามารดาเสียชีวิตไปหมดสิ้น เหลือเพียงบ้านหลังน้อยกับทรัพย์สมบัติเพียงน้อยนิด ซึ่งไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต”
กัณหาพราหมณ์ได้ฟังดังนั้น ก็เกิดความสงสารในชะตาชีวิตของหญิงสาวผู้นี้ จึงตัดสินใจที่จะช่วยเหลือ
“แม่สาวน้อย หากเจ้าไม่รังเกียจ ข้าขอรับเจ้าเป็นภรรยา ข้ามีทรัพย์สินเงินทองมากมาย จะเลี้ยงดูเจ้าให้สุขสบาย”
หญิงสาวได้ฟังดังนั้น ก็ดีใจเป็นล้นพ้น “ท่านผู้เจริญ หากท่านไม่รังเกียจ ข้าก็ยินดี”
ทั้งสองได้เข้าพิธีสมรสกัน และใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข กัณหาพราหมณ์ดูแลหญิงสาวเป็นอย่างดี หาข้าวหาปลามาให้มิได้ขาด
แต่ทว่า ในอีกด้านหนึ่ง ณ ป่าหิมพานต์อันอุดมสมบูรณ์ ก็มีพระโพธิสัตว์เจ้า (ซึ่งก็คือ กัณหาพราหมณ์ในอดีตชาติ) ทรงบำเพ็ญเพียรอย่างเคร่งครัด
พระโพธิสัตว์เจ้าทรงเป็นผู้มีจิตใจเมตตา โอบอ้อมอารี และทรงบำเพ็ญทานอย่างสม่ำเสมอ
วันหนึ่ง ขณะที่พระโพธิสัตว์เจ้ากำลังทรงบำเพ็ญภาวนาอยู่นั้น ทันใดนั้นเอง ก็มียักษ์ตนหนึ่งปรากฏกายขึ้น
“มนุษย์เอ๋ย! หากเจ้าไม่ยอมมอบเนื้อให้ข้า ข้าจะกินเจ้าเสีย!” ยักษ์ขู่
พระโพธิสัตว์เจ้าทรงมีพระทัยสงบ ไม่ทรงหวาดกลัว
“ท่านยักษ์ หากท่านต้องการเนื้อ ก็จงเอาไปเถิด” ตรัสพร้อมทั้งทรงใช้มีดกรีดเนื้อแขนของตนเอง แล้วยื่นให้ยักษ์
ยักษ์ได้เนื้อไปก็ตกใจในความกล้าหาญของพระโพธิสัตว์เจ้า จึงละอายใจและหนีไป
หลังจากนั้น พระโพธิสัตว์เจ้าก็ทรงบำเพ็ญเพียรต่อไป
เมื่อกัณหาพราหมณ์กลับชาติมาเกิดเป็นพระโพธิสัตว์เจ้า พระชายาของกัณหาพราหมณ์ในชาติก่อน ก็ได้กลับมาเกิดเป็นพระชายาของพระโพธิสัตว์เจ้าเช่นกัน
แต่ทว่า ในชาตินี้ พระชายาของพระโพธิสัตว์เจ้ากลับมีจิตใจที่เปลี่ยนไป
นางเห็นพระโพธิสัตว์เจ้าบำเพ็ญทานอยู่เรื่อยๆ ก็เกิดความหวงแหนในทรัพย์สิน
“ท่านเจ้าคะ ท่านจะให้ทานแก่คนอื่นหมดสิ้นเช่นนี้ไม่ได้นะเจ้าคะ เรายังมีลูก มีครอบครัวที่จะต้องดูแล” พระชายาทูล
พระโพธิสัตว์เจ้าทรงพยายามอธิบายให้พระชายาทรงทราบถึงอานิสงส์ของการให้ทาน แต่พระชายาก็ยังคงไม่เข้าใจ
จนกระทั่งวันหนึ่ง เมื่อพระโพธิสัตว์เจ้าทรงทราบว่ามีผู้มาขอทานที่หน้าบ้าน พระองค์ก็ทรงนำทรัพย์สมบัติที่พระชายาหวงแหน ไปมอบให้แก่ผู้ขอทาน
พระชายาเมื่อทราบดังนั้น ก็โกรธมาก และได้ตัดพ้อต่อว่าพระโพธิสัตว์เจ้าอย่างรุนแรง
“ท่านทำเช่นนี้ได้อย่างไร! ท่านไม่คิดถึงอนาคตของครอบครัวเราบ้างเลยหรือ!”
พระโพธิสัตว์เจ้าทรงอดทนต่อคำตัดพ้อของพระชายา
“ท่านพี่ หากท่านยังไม่เข้าใจถึงคุณของการให้ทาน ข้าพเจ้าจะแสดงให้ท่านเห็น”
แล้วพระโพธิสัตว์เจ้าก็ทรงทำพิธีบูชายัญใหญ่ โดยทรงใช้ทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่มี มาแจกจ่ายแก่ผู้คน
เมื่อพระชายาเห็นดังนั้น ก็ยิ่งเสียใจ และคิดว่าพระโพธิสัตว์เจ้าทรงหลงผิด
แต่ทว่า เมื่อพิธีบูชายัญสิ้นสุดลง สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
เหล่าเทวดาทั้งหลาย ได้นำทรัพย์สมบัติอันมหาศาล มาประทานแก่พระโพธิสัตว์เจ้า
“ท่านผู้มีจิตใจอันประเสริฐ ท่านได้บำเพ็ญทานอันยิ่งใหญ่ จนเป็นที่ประจักษ์แก่ทวยเทพทั้งหลาย ข้าพเจ้าขอมอบทรัพย์สมบัติอันเป็นทิพย์นี้ เพื่อเป็นรางวัลแก่ท่าน”
พระชายาเมื่อเห็นดังนั้น ก็บังเกิดความเลื่อมใสในพระโพธิสัตว์เจ้าเป็นอย่างยิ่ง และได้สำนึกผิดในสิ่งที่ตนเองได้กระทำ
“ท่านเจ้าคะ ข้าพเจ้าเข้าใจผิดไปแล้ว ข้าพเจ้าขอโทษท่าน”
พระโพธิสัตว์เจ้าทรงอภัยให้พระชายา และสอนให้พระชายาทรงเข้าใจถึงคุณของการให้ทาน
นับแต่นั้นมา พระชายาก็ได้ร่วมกับพระโพธิสัตว์เจ้า บำเพ็ญทานร่วมกัน และทั้งสองก็ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขตลอดไป
เรื่องราวของสัตตปัตตชาดกนี้ สอนให้เราเห็นถึงความสำคัญของการให้ทาน และผลบุญที่ยิ่งใหญ่ของการเสียสละ
— In-Article Ad —
การให้ทานย่อมก่อให้เกิดผลบุญอันยิ่งใหญ่ และนำมาซึ่งความสุขความเจริญ.
บารมีที่บำเพ็ญ: ทานบารมี
— Ad Space (728x90) —
109เอกนิบาตสารัททชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในยุคที่พระพุทธเจ้ายังทรงดำรงอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร กรุงสาวัตถี...
💡 ความกตัญญูกตเวทีเป็นคุณธรรมอันสูงส่ง การทำความดีและอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้มีพระคุณที่ล่วงลับไปแล้ว ย่อมส่งผลบุญไปถึงพวกเขา ช่วยบรรเทาความทุกข์ทรมาน และเป็นเครื่องเตือนใจให้เราหมั่นทำความดีอยู่เสมอ
56เอกนิบาตยาพิษแห่งความโกรธณ กรุงสาวัตถีอันรุ่งเรือง กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพระราชาพระองค์หนึ่งนามว่า โกรัพย...
💡 ความโกรธคือยาพิษที่ทำลายตนเอง จงฝึกฝนจิตใจให้เปี่ยมด้วยเมตตา และให้อภัย.
394ฉักกนิบาตสัฏฐิปาลชาดกณ เมืองพาราณสี อันเป็นเมืองหลวงของแคว้นกาสี ในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงดี และคว...
💡 การสั่งสมความดี คือยาอายุวัฒนะที่แท้จริง ที่จะนำมาซึ่งความสุขและความยืนยาว.
276ติกนิบาตมหาวนชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในป่าอันกว้างใหญ่ไพศาล ปกคลุมไปด้วยพฤกษานานาพันธุ์ที่แผ่กิ่งก้านสาข...
💡 ความผิดพลาดเกิดจากความโกรธและความหลง การสำนึกผิดและการให้อภัยคือหนทางสู่การแก้ไข
32เอกนิบาตกษัตริย์ผู้ไม่ทรงเกรงกลัวต่ออุปสรรคณ อาณาจักรกาญจนบุรีอันรุ่งเรือง มีพระเจ้าวิเศษชัย กษัตริย์ผู้ทรงม...
💡 ความกล้าหาญและความไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ย่อมนำมาซึ่งความสำเร็จ.
13เอกนิบาตสุมังคลชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ นครพาราณสี อันรุ่งเรืองด้วยมหาทรัพย์และผู้คน ผู้คนต่างมีจิตใจโ...
💡 ชีวิตนั้นไม่เที่ยงแท้ เราไม่ควรมัวเมาประมาทในการใช้ชีวิต ควรหมั่นทำความดี และแสวงหาหนทางพ้นทุกข์
— Multiplex Ad —