
ในสมัยพุทธกาล ณ กรุงสาวัตถีอันเจริญรุ่งเรือง มีเศรษฐีผู้หนึ่งนามว่า สุนักขัตตะ เป็นผู้มีทรัพย์ศฤงคารมากมายเหลือคณา แต่กลับเป็นคนตระหนี่ถี่เหนียว ไม่เคยคิดจะแบ่งปันให้แก่ผู้ใด มีนิสัยมักใหญ่ใฝ่สูง หวังจะให้บุตรชายได้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน.
วันหนึ่ง สุนักขัตตะเศรษฐีได้ยินข่าวลือว่ามีสมบัติของพระราชาโบราณที่ถูกซ่อนไว้ในป่าแห่งหนึ่งใกล้เมือง เขาเกิดความโลภ จึงตัดสินใจนำบริวารจำนวนหนึ่งออกเดินทางไปยังป่าแห่งนั้น ด้วยหวังว่าจะได้สมบัติมหาศาลกลับมา.
หลังจากเดินทางลึกเข้าไปในป่าหลายวัน ในที่สุดพวกเขาก็พบกับสถานที่ที่ร่ำลือกันว่ามีสมบัติซ่อนอยู่. สุนักขัตตะสั่งให้คนงานขุดดินลงไปอย่างไม่ลดละ. ในที่สุด พลั่วของคนงานก็กระทบกับหีบทองคำใบใหญ่. เมื่อเปิดออกดู ก็พบว่าเต็มไปด้วยทองคำแท่งและอัญมณีล้ำค่า.
สุนักขัตตะดีใจจนเนื้อเต้น เขาสั่งให้คนงานขนสมบัติทั้งหมดกลับไปยังบ้านของตน. เมื่อกลับถึงบ้าน เขาก็นำสมบัติทั้งหมดไปเก็บซ่อนไว้ในห้องนิรภัยส่วนตัว และไม่ยอมให้ใครเห็น.
แต่แล้ว ความโลภของเขาก็ไม่เคยสิ้นสุด. เขากลายเป็นคนหวาดระแวง ไม่ไว้ใจใคร แม้แต่คนในครอบครัว. เขานอนไม่หลับ กระสับกระส่าย คิดแต่จะหาวิธีป้องกันสมบัติ. วันๆ เอาแต่นั่งนับสมบัติไปเรื่อยๆ.
วันหนึ่ง ขณะที่เขากำลังนั่งนับสมบัติอยู่ตามลำพัง ก็มีพระปัจเจกพุทธเจ้าองค์หนึ่ง ผู้ทรงมีเมตตาจิต ได้เสด็จมาบิณฑบาตยังหน้าบ้านของเขา. พระปัจเจกพุทธเจ้าทรงทราบด้วยญาณว่า สุนักขัตตะเศรษฐีกำลังหลงอยู่ในกองกิเลสแห่งความโลภ.
เมื่อสุนักขัตตะเห็นพระปัจเจกพุทธเจ้า ก็เกิดความรำคาญใจ คิดว่าพระองค์จะมาขอทาน. ด้วยความตระหนี่ พระองค์จึงรีบปิดประตู และตะโกนออกไปว่า “ข้าไม่มีอะไรจะให้ท่านไป ไปเสียให้พ้น!”
พระปัจเจกพุทธเจ้าทรงมองเศรษฐีผู้นั้นด้วยความสงสาร แต่ก็ไม่สามารถจะทำอะไรได้ จึงเสด็จจากไป.
หลังจากนั้นไม่นาน โรคภัยไข้เจ็บก็มาเบียดเบียนสุนักขัตตะ. เขาป่วยหนักนอนซมอยู่บนเตียง ไม่สามารถจะลุกขึ้นมาดูแลทรัพย์สมบัติของตนเองได้. เขาพยายามจะสั่งเสียบุตรชายให้ดูแลสมบัติ แต่ด้วยความที่เขาเป็นคนตระหนี่ ไม่เคยสอนสั่งให้บุตรชายรู้จักการบริหารจัดการ หรือการแบ่งปันทรัพย์สิน บุตรชายของเขาก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลย.
เมื่อสุนักขัตตะสิ้นใจไป บุตรชายของเขาก็ةรับมรดกทั้งหมด. แต่ด้วยความที่ไม่เคยได้รับการอบรมสั่งสอนให้รู้จักคุณค่าของทรัพย์สิน และการใช้จ่ายอย่างถูกต้อง เขาก็ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย ฟุ่มเฟือยไปกับสิ่งที่ไม่เกิดประโยชน์. เขาเลี้ยงดูพวกนักเลง ขี้เหล้าเมายา. เขาจัดงานรื่นเริงอย่างใหญ่โตทุกวัน.
ไม่นานนัก ทรัพย์สมบัติมหาศาลที่สุนักขัตตะหามาด้วยความโลภ ก็ร่อยหรอลงไปอย่างรวดเร็ว. จากที่เคยร่ำรวยมหาศาล ก็กลับกลายเป็นคนยากจนข้นแค้น.
เมื่อบุตรชายของสุนักขัตตะสิ้นเนื้อประดาตัวแล้ว เขาก็ต้องเร่ร่อนไปขอทานผู้อื่น. วันหนึ่ง ขณะที่เขาเดินขอทานอยู่ริมถนน เขาได้พบกับพระปัจเจกพุทธเจ้าองค์เดิม. พระองค์ทรงทราบถึงความตกยากของบุตรชายสุนักขัตตะ.
พระปัจเจกพุทธเจ้าทรงเรียกบุตรชายของสุนักขัตตะเข้ามา แล้วทรงแสดงธรรมเกี่ยวกับโทษของความตระหนี่ และความประมาทในการใช้ทรัพย์สิน. พระองค์ทรงสอนให้รู้จักการทำบุญให้ทาน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติ.
บุตรชายของสุนักขัตตะได้ฟังธรรมแล้ว ก็สำนึกผิดในบาปที่ตนได้กระทำไว้. เขาได้ขอให้พระปัจเจกพุทธเจ้าทรงนำทาง. พระองค์จึงทรงนำพาเขาไปบำเพ็ญเพียร ช่วยเหลือผู้อื่นตามกำลัง.
เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นในโลก พระองค์ได้ตรัสเล่าเรื่องนี้ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สุนักขัตตะเศรษฐีในกาลนั้น ก็คือเราตถาคตเอง ที่ได้เคยเกิดเป็นผู้มีทรัพย์มาก แต่เพราะความตระหนี่ จึงทำให้ชีวิตต้องประสบกับความทุกข์ และส่งผลถึงบุตรชายให้ตกยากไปด้วย.”
— In-Article Ad —
ความตระหนี่เป็นเหมือนขุมทรัพย์ที่ถูกขโมยไป เพราะไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ และยังนำมาซึ่งความทุกข์ทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น การรู้จักแบ่งปันและทำบุญให้ทาน จะนำมาซึ่งความสุขและความเจริญ
บารมีที่บำเพ็ญ: ทานบารมี
— Ad Space (728x90) —
168ทุกนิบาตกุมภชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นอันอุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่ง มีเมืองที่รุ่งเรืองนามว่า "โกสัมพ...
💡 ความประมาทเป็นบ่อเกิดแห่งหายนะ การมีสติปัญญาและความรอบคอบย่อมนำมาซึ่งความสำเร็จ และการช่วยเหลือผู้อื่นด้วยเมตตาธรรม ย่อมนำมาซึ่งความสุขและความเจริญ.
260ติกนิบาตสุมังคลชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในอดีตกาลอันไกลโพ้น พระโพธิสัตว์ทรงบังเกิดเป็นบุตรชายของนายช่างทอง...
💡 ความรักที่แท้จริง ความตั้งใจจริง และความสามารถ จะสามารถเอาชนะอุปสรรคทางสังคม และนำพาไปสู่ความสุขและความสำเร็จได้
101เอกนิบาตสัตตบุรุษชาดก ในสมัยโบราณกาล ณ กรุงพาราณสี อันเป็นราชธานีอันรุ่งเรืองแห่งแคว้นกาสี พระโพธิสัตว์เจ้า...
💡 การเป็น "สัตบุรุษ" หรือผู้ประเสริฐ คือการมีคุณธรรม 7 ประการ ได้แก่ การให้ทาน, การรักษาศีล, ความเพียร, ปัญญา, สัจจะ, เมตตา, และการไม่พยาบาท เมื่อเราประพฤติตนเป็นสัตบุรุษ เราจะไม่เพียงแต่หลุดพ้นจากความทุกข์ แต่ยังสามารถช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นจากความทุกข์ และนำพามาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองแก่สังคมโดยรวมได้
31เอกนิบาตกษัตริย์ผู้ทรงเสียสละเพื่อพสกนิกรณ อาณาจักรมหาวัน อันเป็นอาณาจักรที่กว้างใหญ่และอุดมสมบูรณ์ แต่กลับต...
💡 การเสียสละเพื่อส่วนรวมย่อมเป็นที่จดจำและเป็นมหากุศล
103เอกนิบาตสัมปารชชนชาดกในสมัยพุทธกาลอันรุ่งเรือง ณ แคว้นมคธ มีเมืองใหญ่แห่งหนึ่งนามว่า “ราชคฤห์” เป็นเมืองที่เ...
💡 การทำความดี ย่อมได้รับผลตอบแทนที่ดีเสมอ แม้จะไม่ใช่สิ่งที่คาดหวังในตอนแรกก็ตาม การเบียดเบียนผู้อื่น ย่อมนำมาซึ่งผลกรรมอันเลวร้าย
100เอกนิบาตติมพิณทกชาดก ในอดีตกาลอันไกลโพ้น เมื่อครั้งพระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นพระโพธิสัตว์เจ้า ชาตินี้พระองค์...
💡 ความสุขที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่วัตถุหรืออำนาจภายนอก แต่อยู่ที่ความสงบภายในจิตใจ และการปล่อยวางจากกิเลสทั้งปวง
— Multiplex Ad —