
ณ เมืองสิริวิชัยอันรุ่งเรือง ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาอันสวยงาม ในกาลครั้งหนึ่ง พระโพธิสัตว์ได้เสวยพระชาติเป็น “พระเจ้าราชวิชิต” ผู้ทรงปรีชาสามารถ ปกครองอาณาประชาราษฎร์ด้วยทศพิธราชธรรม พระองค์ทรงเป็นที่รักของปวงประชา ทรัพย์สินเงินทองมีมากมาย อาณาเขตแผ่ไพศาล แต่ทว่า พระองค์ทรงมีปัญหาที่บั่นทอนความสุขภายใน นั่นคือ “ความประมาท” เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างราบรื่น พระองค์ทรงปล่อยพระองค์ให้อยู่ในความสนุกสนานเพลิดเพลิน จนลืมการระแวดระวังภัยที่อาจเกิดขึ้น
วันหนึ่ง ขณะที่พระเจ้าราชวิชิตทรงเสด็จประพาสอุทยานอันงดงาม ซึ่งเต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์และเสียงนกเจื้อยแจ้ว พระองค์ทรงประทับพักผ่อนใต้ต้นไม้ใหญ่ ทอดพระเนตรดูเหล่าบริวารเล่นสนุกสนาน “วันนี้อากาศดีเสียจริง!” พระองค์ตรัสกับเสนาบดีผู้ใกล้ชิด “เราควรจะมีความสุขกับสิ่งที่เรามีเสียที” “พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท” เสนาบดีทูลรับ “ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนสมบูรณ์พูนสุข”
แต่ทว่า เบื้องหลังความสงบสุขนั้น อันตรายกำลังคืบคลานเข้ามา ณ ชายแดนของอาณาจักร มีข้าศึกซึ่งเป็นกษัตริย์แห่งเมืองอริราช กำลังวางแผนที่จะเข้ายึดครองเมืองสิริวิชัย กษัตริย์แห่งเมืองอริราชนั้นมีนิสัยโหดเหี้ยม กระหายสงคราม และเห็นว่าเมืองสิริวิชัยนั้นร่ำรวย จึงเป็นเป้าหมายของเขา
“เราจะต้องเอาเมืองนี้มาให้ได้!” กษัตริย์อริราชกล่าวกับแม่ทัพของตน “รอให้พวกนั้นประมาท แล้วเราค่อยบุกเข้าไป” “เป็นแผนที่ดีพ่ะย่ะค่ะ!” แม่ทัพทูลตอบ “พวกนั้นคงไม่ทันตั้งตัว”
วันเวลาผ่านไป พระเจ้าราชวิชิตยังคงทรงใช้ชีวิตอย่างสุขสำราญ โดยไม่เคยทรงระแวงถึงภัยอันตรายที่กำลังจะมาถึง ข่าวสารจากชายแดนถูกส่งเข้ามา แต่กลับถูกละเลย หรือไม่ก็ไปไม่ถึงพระกรรณของพระองค์ ทำให้พระองค์ไม่ทรงทราบถึงสถานการณ์ที่แท้จริง
จนกระทั่งเช้าวันหนึ่ง ขณะที่แสงอาทิตย์กำลังจะขึ้น ทหารของกษัตริย์อริราชก็บุกเข้ามาในเมืองอย่างไม่ทันตั้งตัว เสียงอาวุธปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหว ประชาชนแตกตื่นหนีเอาชีวิตรอด พระเจ้าราชวิชิตทรงตกพระทัยเป็นอย่างยิ่ง “เกิดอะไรขึ้น!” พระองค์ทรงอุทาน “ทำไมทหารพวกนั้นถึงเข้ามาในเมืองได้!”
“ข้าแต่พระองค์! พวกข้าศึกบุกเข้ามาแล้ว!” ทหารองครักษ์รีบวิงวอน “เราต้องรีบเตรียมรับมือ!” พระองค์ทรงเห็นความโกลาหลรอบพระองค์ ทรงทราบแล้วว่าความประมาทของพระองค์นั้น นำมาซึ่งหายนะ
ในขณะที่สถานการณ์กำลังคับขันนั้นเอง “พระเจ้าราชวิชิต!” เสียงของ “วิชิตะ” ผู้เป็นพระอนุชาของพระองค์ ดังขึ้นมาอย่างเข้มแข็ง “ข้าพระองค์จะนำทหารไปต่อสู้กับข้าศึก! ขอฝ่าบาททรงนำประชาชนหลบหนีไปก่อน!” พระเจ้าราชวิชิตทรงมองพระอนุชาด้วยความตื้นตัน “เจ้านี่!” พระองค์ตรัส “แต่เราจะทิ้งเมืองของเราไปได้อย่างไร” “ถ้าเราไม่ไป แล้วใครจะรอดเล่าพ่ะย่ะค่ะ!” พระวิชิตะยืนกราน “นี่คือโอกาสที่ฝ่าบาทจะแสดงความกล้าหาญ และสำนึกผิดในความประมาทของพระองค์!”
พระเจ้าราชวิชิตทรงตระหนักถึงคำพูดของพระอนุชา พระองค์ทรงตัดสินใจที่จะนำประชาชนอพยพไปยังที่ปลอดภัย ขณะที่พระวิชิตะได้นำทหารออกไปต่อสู้กับข้าศึกอย่างห้าวหาญ การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด พระวิชิตะสู้ด้วยความกล้าหาญ แต่ทหารของเขามีน้อยกว่าข้าศึกมาก
ในที่สุด พระวิชิตะก็เสียสละชีวิตในการต่อสู้นั้นเพื่อปกป้องอาณาจักร ส่วนพระเจ้าราชวิชิต เมื่อทรงนำประชาชนมาถึงที่ปลอดภัยแล้ว ก็ทรงเสียพระทัยเป็นอย่างยิ่งกับการสูญเสียพระอนุชา และความประมาทของพระองค์เอง พระองค์ทรงใช้เวลาทบทวนความผิดพลาด และทรงสาบานว่าจะไม่ประมาทอีกต่อไป
เมื่อข้าศึกบุกเข้ามาอีกครั้ง พระเจ้าราชวิชิตทรงเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ พระองค์ทรงสั่งให้เสริมกำลังทหาร ฝึกฝนอย่างเข้มงวด และไม่เคยละเลยการข่าวกรองอีกเลย เมื่อข้าศึกบุกเข้ามา พระองค์ทรงสามารถต้านทานไว้ได้ และขับไล่ข้าศึกออกไปจากอาณาจักรได้ในที่สุด
หลังจากนั้น พระเจ้าราชวิชิตทรงปกครองอาณาจักรด้วยความไม่ประมาทอยู่เสมอ และทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงปรีชาและเข้มแข็งตลอดไป
— In-Article Ad —
ความประมาทนำมาซึ่งหายนะ การมีสติรอบคอบและการเตรียมพร้อมอยู่เสมอ คือหนทางสู่ความปลอดภัยและความสำเร็จ
บารมีที่บำเพ็ญ: สติบารมี
— Ad Space (728x90) —
486ปกิณณกนิบาตพระโพธิสัตว์กับพระราชาผู้หลงผิดณ แคว้นโกศล มีพระราชาพระองค์หนึ่งทรงพระนามว่า 'อัคคิรัช' พระองค์ทรงมี...
💡 การเชื่อในสิ่งผิดๆ และการใช้ชีวิตที่ขาดคุณธรรม นำมาซึ่งความหายนะ. การยึดมั่นในธรรมะ และการปกครองด้วยความเมตตา นำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองและความสุข.
144เอกนิบาตปัญจปาณชาดก ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงเวียนว่ายอยู่ในภพภูมิต่างๆ เพื่อบำเพ็ญบารมี...
💡 การมีอำนาจและฤทธิ์เดชที่ยิ่งใหญ่ อาจไม่เท่ากับการมีคุณธรรมอันประเสริฐ การเสียสละ การให้ การช่วยเหลือผู้อื่น และการมีเมตตาจิตต่อสรรพสัตว์ คือหนทางแห่งความสุขที่แท้จริงและยั่งยืน
272ติกนิบาตกุฏปาลกชาดก (Kuṭapāla Jātaka)ณ แคว้นมคธอันอุดมสมบูรณ์ ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีหมู่บ้านเล็กๆ แห่งห...
💡 ความเมตตาเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ สามารถเอาชนะความโกรธแค้นและความรุนแรงได้ การช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ย่อมนำมาซึ่งผลดีในที่สุด
113เอกนิบาตอัชชุคชาดก ในอดีตกาล ณ แคว้นกาสี มีพระราชาผู้ทรงธรรมนามว่า พระเจ้าอัชชุคะ พระองค์ทรงมีพระมเหสีผู้เป็...
💡 การรักษาคำพูดเป็นสิ่งสำคัญ แต่การใช้ปัญญาแก้ไขปัญหาจะนำพาไปสู่ชัยชนะ
17เอกนิบาตสัตตปัตตกชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ อันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณธัญญาหาร และมีผู้คนอาศ...
💡 ปัญญาที่เฉลียวฉลาด ย่อมสามารถตีความเหตุการณ์ต่างๆ ให้เป็นไปในทางที่เป็นประโยชน์ได้ แม้สิ่งนั้นจะดูเหมือนเป็นลางร้ายก็ตาม
207ทุกนิบาตมหิสชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นโกศลอันรุ่งเรือง พระโพธิสัตว์บังเกิดเป็นควายป่าผู้มีพละกำลังม...
💡 ผู้นำที่แข็งแกร่งและกล้าหาญคือเสาหลักของหมู่คณะ ความกล้าหาญอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีสติปัญญาและไหวพริบด้วย.
— Multiplex Ad —