
ในอดีตกาลอันไกลโพ้น ณ แคว้นมคธอันอุดมสมบูรณ์ กษัตริย์พระองค์หนึ่งนามว่า พระเจ้ารุจิระ ทรงครองราชย์ด้วยทศพิธราชธรรม แต่ทว่า แม้พระองค์จะทรงเป็นกษัตริย์ผู้ทรงปรีชา ทรงเมตตาธรรม แต่ก็มีจุดอ่อนร้ายแรง นั่นคือความไม่รู้จักพอในกามคุณ เมื่อมีทรัพย์สินเงินทองอันมากมายเพียงใด ก็ยังทรงปรารถนาที่จะได้มาซึ่งสิ่งที่ทรงเห็นว่าสวยงามน่าพึงพอใจยิ่งกว่าเสมอ จนครั้งหนึ่ง สายพระเนตรของพระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็น “นางสุนทรี” หญิงสาวชาวบ้านผู้มีรูปโฉมงดงามเกินกว่าจะหาหญิงใดเทียบเทียมได้ในแผ่นดินนั้น ในใจของพระองค์พลันบังเกิดความเร่าร้อน หญิงสาวผู้นี้ช่างเป็นสมบัติที่งดงามที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา นางควรจะมาประดับบารมีของกษัตริย์อย่างพระองค์!
“เราจะต้องได้นางผู้นี้มาเป็นมเหสีของเราให้ได้!” พระองค์ตรัสกับพระที่ปรึกษาผู้ใหญ่ “แต่ฝ่าบาท นางผู้นี้เป็นชาวบ้านธรรมดา จะทรงอภิเษกสมรสได้อย่างไรเล่าพ่ะย่ะค่ะ” ที่ปรึกษาทูลด้วยความกังวล “เราเป็นถึงพระราชา จะมีสิ่งใดที่เราปรารถนาแล้วไม่ได้เล่า! จงไปเตรียมการให้พร้อมตามที่เราบัญชา!” พระเจ้ารุจิระมีรับสั่ง เสียงเฉียบขาด แต่ในใจของพระองค์กลับมีความหวาดหวั่นอยู่ลึกๆ ว่าการกระทำนี้อาจนำมาซึ่งความเดือดร้อน
ขณะเดียวกัน ณ หมู่บ้านเล็กๆ อันสงบสุขนั้น “นางสุนทรี” กำลังใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายกับบิดามารดาของนาง นางเป็นคนมีจิตใจดีงาม มีความกตัญญู และมีความพอใจในสิ่งที่ตนมี ชีวิตของนางไม่เคยขาดแคลนสิ่งใด เพียงพอและมีความสุข วันหนึ่ง เมื่อข่าวลือเรื่องพระราชาต้องการตัวนางแพร่สะพัดมาถึง นางพลันตกใจแทบสิ้นสติ “แม่เจ้าคะ พ่อเจ้าคะ จะเกิดอะไรขึ้นกับลูก!” นางร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว “อย่ากลัวเลยลูกเอ๋ย พ่อแม่จะอยู่เคียงข้างเจ้า” มารดากล่าวปลอบ แต่ในน้ำเสียงก็มีความวิตกกังวลอยู่ไม่น้อย
เมื่อพระราชาส่งคนมาอัญเชิญ นางสุนทรีก็ไม่อาจขัดขืนได้ นางถูกนำตัวเข้ามายังพระราชวัง ท่ามกลางความตกตะลึงของผู้คน นางงามยิ่งกว่าที่ใครเคยเห็น แต่ทว่า ในใจของนางกลับเต็มไปด้วยความเศร้าและความอึดอัด นางคิดถึงบ้าน คิดถึงชีวิตที่เคยเป็น นางได้รับการปรนนิบัติอย่างดีที่สุด ได้รับสิ่งของมีค่ามากมาย แต่ความสุขที่แท้จริงกลับห่างไกลออกไป
หลายเดือนผ่านไป พระเจ้ารุจิระทรงหลงใหลในรูปโฉมของนางสุนทรี แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความงามทางกายย่อมโรยรา และเมื่อเห็นว่านางไม่สามารถทำให้พระองค์ทรงพอพระทัยได้ทุกเมื่อตามที่ทรงคาดหวัง ความไม่พอใจก็เริ่มก่อตัวขึ้น “นางผู้นี้ ช่างไม่รู้จักเอาใจเราเสียเลย!” พระองค์ทรงบ่นกับตัวเอง “ทั้งที่มีของดีมากมายเพียงนี้” ในขณะที่นางสุนทรีก็พยายามทำดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้พระองค์ทรงมีความสุข แต่ก็เหมือนมหาสมุทรที่ไม่มีวันเต็ม
จนกระทั่งวันหนึ่ง พระโพธิสัตว์ซึ่งในชาตินั้นทรงเกิดเป็น “กุฏุสีหะ” ฤาษีผู้ทรงศีล มีญาณหยั่งรู้เหตุการณ์ในแผ่นดิน ได้มาเข้าฌานพิจารณาดูเหตุการณ์ในพระราชวัง เมื่อทรงเห็นถึงความทุกข์ของนางสุนทรี และความไม่รู้จักพอของพระราชา จึงตัดสินใจเหาะมายังพระราชวัง “ดูก่อนมหาบพิตร” เสียงของฤาษีดังขึ้นอย่างสงบ แต่ทรงอำนาจ “เหตุใดพระองค์จึงทรงมีพระวรกายซูบผอมลงเช่นนี้?” พระราชาทรงตกพระทัยที่เห็นฤาษีเหาะเหินได้ “เราก็เพียงแต่ไม่พอพระทัยในสิ่งที่เรามีอยู่” พระองค์ตรัสตอบอย่างตรงไปตรงมา “ข้าแต่พระองค์” ฤาษีกล่าว “ความไม่รู้จักพอ ย่อมนำมาซึ่งความทุกข์อันใหญ่หลวง เปรียบเหมือนลิงที่ปล่อยผลไม้ที่อยู่บนมือตนเอง ไปไขว่คว้าหากล้วยที่อยู่บนต้น ย่อมได้แต่ความเหนื่อยเปล่า”
“ท่านฤาษีหมายความว่าอย่างไร?” พระราชาทรงซักถาม “คืออย่างนี้พ่ะย่ะค่ะ” ฤาษีอธิบาย “นางสุนทรี เป็นผู้หญิงที่แสนดี มีจิตใจงาม แต่พระองค์กลับมองข้ามคุณธรรมอันประเสริฐนั้น ไปยึดติดกับรูปกายอันไม่จีรัง เมื่อรูปกายโรยรา พระองค์ก็ย่อมทรงผิดหวัง และหากพระองค์ยังคงแสวงหาความสุขจากวัตถุภายนอกไม่สิ้นสุด ชีวิตก็จะมีแต่ความทุกข์” พระราชาทรงสดับคำสอนของฤาษีด้วยความรู้สึกประหลาดใจ พระองค์ทรงใคร่ครวญถึงคำพูดนั้น ยิ่งพิจารณาก็ยิ่งเห็นจริง “จริงด้วย” พระองค์ตรัส “เรามองข้ามสิ่งที่มีค่าที่สุดไปเสียแล้ว”
พระเจ้ารุจิระทรงสำนึกผิด และทรงขออภัยโทษจากนางสุนทรี พระองค์ทรงเห็นคุณค่าที่แท้จริงของนาง และปฏิบัติต่อนางด้วยความรักและเคารพอย่างแท้จริง นับแต่นั้นมา พระองค์ก็ทรงครองราชย์ด้วยความพอเพียง และไม่เคยปรารถนาสิ่งใดเกินกว่าที่ทรงมีอีกเลย ชีวิตของพระองค์และนางสุนทรีก็มีความสุขสงบตลอดไป
— In-Article Ad —
ความไม่รู้จักพอเป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ การมองเห็นคุณค่าที่แท้จริงของผู้อื่นและความพอเพียงนำมาซึ่งความสุขที่ยั่งยืน
บารมีที่บำเพ็ญ: ปัญญาบารมี
— Ad Space (728x90) —
325จตุกกนิบาตโสตถิชาดก ณ แคว้นมคธ อันเป็นที่ตั้งแห่งเมืองราชคฤห์ อันรุ่งเรืองด้วยพระพุทธศาสนาเมื่อครั้งพุทธกาล ม...
💡 ปัญญาและความเมตตา สามารถเอาชนะอุปสรรคและความโลภได้ การช่วยเหลือผู้อื่นย่อมนำมาซึ่งความสุขและความเจริญ
213ทุกนิบาตสุณีตกชาดกณ แคว้นโกศล อันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณธัญญาหาร ปกครองโดยพระเจ้าพรหมทัต ผู้ทรงธรรม แต่ทว่า...
💡 การใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่นโดยไม่มีหลักฐาน เป็นการกระทำที่ผิดและนำมาซึ่งความเดือดร้อน การพูดความจริงและยึดมั่นในความซื่อสัตย์ คือสิ่งสำคัญในการอยู่ร่วมกันในสังคม.
185ทุกนิบาตปทุมชาดก (เรื่องดอกบัว) ในอดีตกาลอันไกลโพ้น เมื่อครั้งพระโพธิสัตว์ยังทรงเป็นพระโพธิสัตว์ชาติหนึ่ง ไ...
💡 นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การมองเห็นคุณค่าที่แท้จริงของสิ่งต่างๆ ไม่ใช่เพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอก หรือมูลค่าทางทรัพย์สิน แต่คือคุณค่าที่จะนำไปสู่การช่วยเหลือผู้อื่น และการกระทำความดี การแบ่งปัน และการช่วยเหลือผู้ตกยาก คือหนทางที่จะนำไปสู่ความสุขที่ยั่งยืน และการบำเพ็ญบารมีที่แท้จริง
240ทุกนิบาตปัฏฐกชาดก (ครั้งที่ 2) กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กรุงมิถิลาอันรุ่งเรืองของแคว้นวิเทหะ พระโพธิสัตว์ทร...
💡 ความพยาบาทอาฆาตและความโลภย่อมนำมาซึ่งความเสื่อม
174ทุกนิบาตกุณาลชาดก (เรื่องนกยูง) ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงเวียนว่ายตายเกิดเป็นพระยาสัตว์อ...
💡 นิทานเรื่องนี้สอนให้เห็นถึงความสำคัญของ เมตตาธรรม และ ขันติธรรม แม้จะถูกเบียดเบียน ก็ยังคงมีความปรารถนาดีต่อผู้อื่น และไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก อีกทั้งยังสอนให้รู้จัก การให้อภัย ศัตรู หรือผู้ที่เคยทำผิดต่อเรา
221ทุกนิบาตสิงคลชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรือง เต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา พระโพธิสั...
💡 นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความเมตตาต่อสรรพสัตว์และการช่วยเหลือผู้อื่นที่ตกทุกข์ได้ยาก ย่อมนำมาซึ่งผลบุญอันยิ่งใหญ่ และสามารถช่วยปกป้องคุ้มครองให้พ้นจากภัยอันตรายทั้งปวงได้ การทำความดีด้วยจิตที่บริสุทธิ์ ย่อมนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองและความสุขที่แท้จริง
— Multiplex Ad —