
ในอดีตกาล เมื่อพระโพธิสัตว์ทรงเวียนว่ายอยู่ในชาติภพอันยาวนาน และทรงบำเพ็ญบารมีอันยิ่งใหญ่ ครั้งหนึ่ง พระองค์ได้ทรงอุบัติเป็นพระโพธิสัตว์ทรงเป็นพราหมณ์หนุ่มผู้มีรูปโฉมงดงาม ฉลาดเฉลียว และมีคุณธรรมสูงส่ง อาศัยอยู่ในเมืองสาวัตถีอันรุ่งเรือง
พราหมณ์หนุ่มผู้นี้มีจิตใจเยือกเย็น สงบเสงี่ยม และมีสติปัญญาเป็นเลิศ เขาได้ศึกษาศิลปวิทยาการต่างๆ จนแตกฉาน มีความรู้ทั้งทางโลกและทางธรรม เมื่อเขาเติบใหญ่ เขาได้เลือกใช้ชีวิตอย่างสมถะ เลี้ยงชีพด้วยการขอทาน แต่เป็นขอทานผู้มีเกียรติ ไม่ได้เอ่ยขอด้วยวาจาหยาบโลน แต่รอคอยผู้มีจิตศรัทธาหยิบยื่นให้เอง
วันหนึ่ง ขณะที่พราหมณ์หนุ่มกำลังนั่งรออาหารอยู่ใต้ต้นไทรริมเมือง เขาได้สังเกตเห็นชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่ง ขี่ม้าสง่าผ่าเผยมาแต่ไกล ม้าที่เขาขี่เป็นม้าสีขาวบริสุทธิ์ วิ่งเหยาะๆ อย่างสง่างาม ผ้าโพกศีรษะและเสื้อผ้าของชายหนุ่มเปล่งประกายด้วยทองคำและอัญมณี เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาว่าเขาต้องเป็นบุตรของเศรษฐีผู้มั่งคั่งอย่างแน่นอน
เมื่อชายหนุ่มขี่ม้ามาถึงใกล้ที่พราหมณ์หนุ่มนั่งอยู่ เขาก็หยุดม้าลง มองดูพราหมณ์หนุ่มด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย และก็มีความรู้สึกแปลกประหลาดเกิดขึ้นในใจ
"ท่านผู้เจริญ ท่านเป็นใคร เหตุใดจึงนั่งอยู่ ณ ที่นี้เพียงลำพัง?"
ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงไว้ด้วยความโอ้อวดเล็กน้อย
พราหมณ์หนุ่มเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มที่สงบ และตอบกลับไปอย่างอ่อนโยน
"อาตมาเป็นพราหมณ์ผู้หนึ่ง ผู้แสวงหาธรรมะ และดำรงชีวิตด้วยการขอทาน ผู้มีจิตศรัทธาเท่านั้นที่จะหยิบยื่นให้"
ชายหนุ่มได้ยินดังนั้น ก็หัวเราะออกมาเสียงดัง
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ช่างเป็นคำพูดที่น่าขันเสียจริง ท่านพราหมณ์! ท่านมีรูปโฉมงดงาม แต่กลับเลือกที่จะอดอยากอยู่เช่นนี้ ท่านไม่คิดจะหาทรัพย์สินเงินทอง หรือสร้างฐานะให้มั่นคงบ้างเลยหรือ?"
พราหมณ์หนุ่มส่ายหน้าช้าๆ
"ทรัพย์สินเงินทองนั้น เป็นเพียงสิ่งลวงตา ย่อมมีวันเสื่อมสลายไป แต่ธรรมะในจิตใจนั้น ย่อมคงอยู่ตลอดไป"
ชายหนุ่มผู้ร่ำรวยยิ่งรู้สึกประหลาดใจ เขาไม่เคยพบเจอใครที่คิดเช่นนี้มาก่อน เขาจ้องมองพราหมณ์หนุ่มด้วยความพิศวง
"ท่านพูดจาเหมือนคนมีปัญญา แต่การกระทำของท่านนั้นขัดแย้งกับคำพูดโดยสิ้นเชิง! หากท่านเป็นคนฉลาดจริง ท่านควรจะรู้จักหาทางทำให้ชีวิตของท่านดีขึ้น มิใช่ปล่อยให้ตัวเองอดอยากเช่นนี้"
พราหมณ์หนุ่มยังคงยิ้มอย่างสงบนิ่ง
"ความสุขที่แท้จริงนั้น มิได้อยู่ที่ทรัพย์สินเงินทอง แต่อยู่ที่จิตใจที่สงบ ปราศจากกิเลสตัณหา ความโลภ ความโกรธ ความหลง เมื่อจิตใจสงบ ทุกสิ่งก็สงบตามไปด้วย"
ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกว่าตนเองกำลังสนทนากับบุคคลที่เหนือกว่า เขาจึงถามต่อ
"ท่านพราหมณ์ ท่านคงจะหมายถึงเรื่องการควบคุมตนเองใช่หรือไม่?"
พราหมณ์หนุ่มพยักหน้า
"ถูกต้องแล้ว การควบคุมตนเองนั้นสำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด หากเราไม่สามารถควบคุมจิตใจของตนเองได้ แม้จะมีทรัพย์สินเงินทองมากมายเพียงใด เราก็ไม่อาจมีความสุขที่แท้จริงได้"
ชายหนุ่มครุ่นคิดตามคำของพราหมณ์หนุ่ม เขานึกถึงชีวิตของตนเอง เขาเกิดมาบนกองเงินกองทอง มีทุกสิ่งทุกอย่างที่ปรารถนา แต่เขากลับรู้สึกไม่เคยพอ เขายังคงกระหายในสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ เขายังคงมีความโกรธเคืองเมื่อไม่สมปรารถนา และมีความหลงใหลในรูป รส กลิ่น เสียง
"ท่านพูดถูกแล้ว ท่านพราหมณ์! ข้าผู้นี้แม้จะร่ำรวย แต่กลับรู้สึกว่าชีวิตนี้ยังขาดอะไรบางอย่างไป"
พราหมณ์หนุ่มมองชายหนุ่มด้วยความเมตตา
"สิ่งนั้นคือธรรมะในจิตใจ จงลองฝึกการควบคุมตนเองดูเถิด แล้วท่านจะพบความสุขที่แท้จริง"
ชายหนุ่มตัดสินใจที่จะทดลองทำตามคำแนะนำของพราหมณ์หนุ่ม เขาลงจากม้า และนั่งลงข้างพราหมณ์หนุ่ม เขาเริ่มฝึกการควบคุมลมหายใจ การปล่อยวางความรู้สึกนึกคิด และการมีสติในทุกขณะ
ในวันแรกๆ มันช่างยากลำบากเหลือเกิน จิตใจของเขายังฟุ้งซ่านไปด้วยความคิดต่างๆ เสียงในหัวยังคงดังไม่หยุดหย่อน แต่เขาก็พยายามตั้งมั่น ไม่ยอมแพ้
วันแล้ววันเล่า ผ่านไป ชายหนุ่มผู้นั้นก็ยังคงมานั่งสนทนากับพราหมณ์หนุ่ม และฝึกฝนการควบคุมตนเอง เขาเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงภายในตนเอง ความโกรธเคืองที่เคยเกิดขึ้นง่ายๆ ก็ลดน้อยลง ความโลภที่เคยครอบงำก็จางหายไป เขารู้สึกถึงความสงบที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาในจิตใจ
หลายเดือนต่อมา ชายหนุ่มได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากบุตรเศรษฐีผู้เย่อหยิ่งและหลงตัวเอง เขากลายเป็นชายหนุ่มผู้มีจิตใจเยือกเย็น สงบเสงี่ยม และมีความเมตตากรุณา เขาไม่ได้ละทิ้งทรัพย์สมบัติของตนเอง แต่เขาใช้มันไปในทางที่ถูกต้อง ไม่ได้ใช้ไปเพื่อสนองกิเลสตัณหาอีกต่อไป
เขาได้แบ่งปันทรัพย์สินให้กับผู้ยากไร้ สร้างโรงทาน เลี้ยงดูคนชรา และช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก เขากลายเป็นที่รักของคนทั้งเมือง
ในวันที่ชายหนุ่มผู้นี้ประสบความสำเร็จอย่างสูงส่ง เขาได้กลับไปหาพราหมณ์หนุ่มใต้ต้นไทรอีกครั้ง
"ท่านพราหมณ์ผู้มีปัญญา ข้าพเจ้าขอขอบคุณท่านอย่างยิ่ง ที่ได้ชี้ทางสว่างให้กับชีวิตของข้าพเจ้า บัดนี้ ข้าพเจ้าได้พบกับความสุขที่แท้จริงแล้ว"
พราหมณ์หนุ่มยิ้มอย่างอ่อนโยน
"ความดีทั้งหลายนั้น เกิดจากตัวท่านเอง อาตมาเพียงแค่เป็นผู้ชี้ทางให้เท่านั้น จงรักษาจิตใจที่สงบนี้ไว้ให้มั่นคง แล้วท่านจะพบแต่ความเจริญ"
ชายหนุ่มน้อมกราบพราหมณ์หนุ่มด้วยความเคารพรัก และเดินทางกลับไปใช้ชีวิตด้วยจิตใจอันบริสุทธิ์
เรื่องราวของพราหมณ์หนุ่มผู้วิเศษและชายหนุ่มผู้เปลี่ยนแปลงตนเอง ได้เล่าขานไปทั่วเมืองสาวัตถี ทำให้ผู้คนทั้งหลายได้ตระหนักถึงความสำคัญของการควบคุมตนเอง และการแสวงหาธรรมะในจิตใจ
การควบคุมตนเองเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการดำรงชีวิต หากเราสามารถควบคุมกิเลสตัณหา ความโกรธ ความโลภ และความหลงได้ เราก็จะพบกับความสุขที่แท้จริง ความสงบในจิตใจนั้น สำคัญกว่าทรัพย์สินเงินทองใดๆ
ในชาตินี้ พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญบารมีคือ ขันติบารมี (ความอดทน) และ เมตตาบารมี (ความเมตตากรุณา) ด้วยการสอนสั่งและชี้นำผู้อื่นให้พบกับหนทางแห่งความดีงาม.
— In-Article Ad —
การควบคุมตนเองเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการดำรงชีวิต หากเราสามารถควบคุมกิเลสตัณหา ความโกรธ ความโลภ และความหลงได้ เราก็จะพบกับความสุขที่แท้จริง ความสงบในจิตใจนั้น สำคัญกว่าทรัพย์สินเงินทองใดๆ
บารมีที่บำเพ็ญ: ในชาตินี้ พระโพธิสัตว์ทรงบำเพ็ญบารมีคือ ขันติบารมี (ความอดทน) และ เมตตาบารมี (ความเมตตากรุณา) ด้วยการสอนสั่งและชี้นำผู้อื่นให้พบกับหนทางแห่งความดีงาม.
— Ad Space (728x90) —
101เอกนิบาตสัตตบุรุษชาดก ในสมัยโบราณกาล ณ กรุงพาราณสี อันเป็นราชธานีอันรุ่งเรืองแห่งแคว้นกาสี พระโพธิสัตว์เจ้า...
💡 การเป็น "สัตบุรุษ" หรือผู้ประเสริฐ คือการมีคุณธรรม 7 ประการ ได้แก่ การให้ทาน, การรักษาศีล, ความเพียร, ปัญญา, สัจจะ, เมตตา, และการไม่พยาบาท เมื่อเราประพฤติตนเป็นสัตบุรุษ เราจะไม่เพียงแต่หลุดพ้นจากความทุกข์ แต่ยังสามารถช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นจากความทุกข์ และนำพามาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองแก่สังคมโดยรวมได้
119เอกนิบาตสัญชัยวทีชาดกกาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว ณ เมืองปาฏลีบุตร อันเป็นเมืองหลวงอันยิ่งใหญ่ของแคว้นมคธ มีพราหม...
💡 การรู้จักประมาณตนเองเป็นคุณธรรมสำคัญ ช่วยให้ดำเนินชีวิตได้อย่างถูกต้อง ไม่หลงผิด และเป็นที่รัก.
364ปัญจกนิบาตอัคคิทสชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เมื่อครั้งที่พระโพธิสัตว์ทรงเวียนว่ายตายเกิดเป็นพราหมณ์ผู้มีปัญญ...
💡 การดับไฟที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่การดับไฟที่ลุกไหม้ภายนอก แต่คือการดับไฟแห่งกิเลสตัณหาในใจตนเอง การไม่เติมเชื้อเพลิงให้แก่ความขัดแย้ง จะช่วยให้ปัญหาคลี่คลายลงได้
140เอกนิบาตมหาวานรชาดกในอดีตกาล ณ ป่าอันกว้างใหญ่ไพศาล ที่ซึ่งต้นไม้นานาพันธุ์ขึ้นปกคลุมเป็นผืนป่าเขียวขจี มีฝู...
💡 ความประมาทนำมาซึ่งอันตราย ความกล้าหาญและความเสียสละคือสิ่งที่ประเสริฐ
7เอกนิบาตกุรุงคมุขชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ มีเมืองสำคัญแห่งหนึ่งชื่อว่า ราชคฤห์ อันเป็นที่ประท...
💡 การช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน และการเสียสละเพื่อผู้อื่น เป็นคุณธรรมอันประเสริฐที่จะนำพาความสุขที่แท้จริงมาให้ การหลงในความโลภ ความเชื่อผิดๆ และการเบียดเบียนผู้อื่น จะนำมาซึ่งความทุกข์และความเดือดร้อน
110เอกนิบาตสาสนทชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในอดีตกาลอันไกลโพ้น เมื่อครั้งที่พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นพราหมณ์ผ...
💡 ความเมตตาต่อสรรพสัตว์ย่อมนำมาซึ่งความดีงาม ความภักดีและความกล้าหาญสามารถปรากฏได้ในทุกสิ่งมีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์ การตัดสินผู้อื่นจากภายนอกย่อมเป็นสิ่งที่ผิด การกระทำที่แท้จริงคือสิ่งที่บ่งบอกถึงคุณค่าของบุคคล
— Multiplex Ad —