
ณ ป่าสีวลีอันร่มรื่น ใกล้กับกรุงพาราณสี มีฤาษีตนหนึ่งนามว่า สุวัณณสาม ฤาษีตนนี้ได้บำเพ็ญพรตบำเพ็ญเพียร รักษาศีลอย่างเคร่งครัดมาเป็นเวลานาน ทรงดำรงตนอยู่ในพรหมจรรย์ และมีความเมตตาต่อสรรพสัตว์ทั้งปวง ทรงอาศัยอยู่ในอาศรมอันเรียบง่าย ท่ามกลางธรรมชาติอันงดงาม
พระฤาษีสุวัณณสามมีภรรยาผู้มีศีลเสมอกันนามว่า นางมุฑา ซึ่งเป็นผู้มีจิตใจงดงาม และคอยปรนนิบัติสามีด้วยความรักและเคารพ ทั้งสองพระองค์ทรงเป็นที่รักของสัตว์ป่าทั้งหลาย นกน้อยใหญ่เข้ามาเกาะกิ่งไม้ใกล้ๆ ร้องเพลงขับขาน สัตว์ร้ายเข้ามาคลอเคลียไม่ทำอันตราย
วันหนึ่ง ขณะที่พระฤาษีสุวัณณสามกำลังเก็บผลไม้เพื่อนำมาเป็นอาหารตามปกติ ทรงพลัดตกลงไปในหลุมพรางที่นายพรานได้วางไว้เพื่อดักสัตว์ ทรงได้รับบาดเจ็บสาหัส
ในขณะเดียวกัน ณ กรุงพาราณสี พระนางปัญจาลังกามเหสีของพระเจ้ากรุงพาราณสี ทรงมีพระประสงค์ที่จะเสวยน้ำจากสระในป่า ซึ่งเป็นสระที่พระฤาษีสุวัณณสามทรงดูแลอยู่ พระองค์จึงเสด็จประพาสป่าพร้อมด้วยนางสนม
ขณะที่พระนางปัญจาลังกาประทับพักผ่อนอยู่ริมสระ บังเอิญมีนายพรานป่าคนหนึ่งเดินผ่านมา นายพรานเห็นพระนางก็เกิดความกำหนัด จึงได้วางแผนร้าย
นายพรานเดินเข้าไปถวายบังคมพระนาง “ข้าแต่พระนางผู้เจริญ ข้าพเจ้าเห็นว่าพระนางทรงมีพระพักตร์ผ่องใส แต่ยังขาดซึ่งเครื่องประดับอันล้ำค่า ข้าพเจ้ามีธนูวิเศษที่ยิงไปเพียงครั้งเดียว สามารถจับสัตว์ป่าที่ว่องไวที่สุดได้ หากพระนางทรงประสงค์ ข้าพเจ้าจะนำมาถวาย”
พระนางปัญจาลังกาตรัสถาม “ธนูของเจ้าสามารถจับสัตว์อะไรได้บ้าง?” นายพรานกล่าวว่า “ข้าแต่พระนาง ธนูของข้าสามารถจับได้แม้กระทั่งราชสีห์ เสือโคร่ง หรือกวางที่วิ่งเร็วที่สุด”
ด้วยความหลงผิดและถูกกิเลสครอบงำ พระนางปัญจาลังกาจึงทรงอนุญาตให้นายพรานนำธนูวิเศษมาทดลองยิง
นายพรานจึงนำธนูวิเศษยิงไปยังทิศทางที่พระฤาษีสุวัณณสามทรงกำลังจะเดินออกมาจากป่า และด้วยอาคมที่ผูกไว้กับธนู ทำให้ลูกศรพุ่งตรงไปถูกพระฤาษีจนสิ้นพระชนม์
เมื่อนายพรานนำข่าวการตายของพระฤาษีมาแจ้งแก่พระนางปัญจาลังกา พระนางก็ทรงตกพระทัยยิ่งนัก ทรงเสียใจกับการกระทำของตน และทรงตระหนักถึงบาปที่ได้ก่อขึ้น
นางมุฑา ภรรยาของพระฤาษี เมื่อทราบข่าวการตายของสามี ก็เสียใจเป็นที่สุด แต่ด้วยจิตใจที่มั่นคงในธรรม นางไม่โกรธแค้นนายพรานหรือพระนางปัญจาลังกา
นางมุฑาจึงได้อธิษฐานต่อหน้าศพของสามีว่า “หากข้าพเจ้าได้บำเพ็ญบุญกุศลมาตลอดชีวิต ขอให้สามีของข้าจงกลับคืนมามีชีวิตอีกครั้ง” ด้วยอานุภาพแห่งบุญกุศลที่นางได้บำเพ็ญมา พระฤาษีสุวัณณสามก็กลับคืนมามีชีวิตดังเดิม
พระนางปัญจาลังกา ทรงสำนึกผิด จึงได้เสด็จไปขอขมาพระฤาษีสุวัณณสาม และทรงสัญญาว่าจะไม่กระทำการอันใดที่ผิดศีลธรรมอีก
พระฤาษีสุวัณณสาม ทรงให้อภัยแก่พระนาง และได้เทศนาสั่งสอนให้พระนางทรงตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรม
สุวัณณสามชาดกสอนให้เห็นถึงพลังแห่งศีล สมาธิ ปัญญา และความเมตตา และสอนให้เห็นว่าการให้อภัยนั้นเป็นคุณธรรมอันประเสริฐ
— In-Article Ad —
การบำเพ็ญศีล ความเมตตา และการให้อภัย นำมาซึ่งผลอันประเสริฐ
บารมีที่บำเพ็ญ: ศีลบารมี, เมตตาบารมี, ขันติบารมี, สัจจบารมี, อธิษฐานบารมี
— Ad Space (728x90) —
72เอกนิบาตพระโพธิสัตว์ในรูปช้างเผือกผู้ซื่อสัตย์ ณ ดินแดนอันสงบสุขแห่งหนึ่ง ซึ่งมีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ มีแม่น้ำใส...
💡 ความซื่อสัตย์และการเสียสละเพื่อปกป้องผู้อื่น เป็นคุณธรรมอันประเสริฐ
107เอกนิบาตสิริมานทกชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรือง พระเจ้าพรหมทัตทรงครองราชสมบัติด้วย...
💡 ความเย่อหยิ่งและความดูหมิ่นผู้อื่นเป็นกิเลสที่อันตราย สามารถนำพาไปสู่ความตกต่ำได้ หากไม่หมั่นพิจารณาตนเองและปรับปรุงแก้ไข
429นวกนิบาตมุสิกชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นอันรุ่งเรืองแห่งหนึ่ง มีพราหมณ์ผู้หนึ่งซึ่งมีความศรัทธาใน...
💡 ความเมตตาต่อสรรพสัตว์เป็นคุณธรรมอันประเสริฐที่นำมาซึ่งความสุขที่แท้จริง การเห็นแก่ตัวแม้เพียงเล็กน้อย อาจนำมาซึ่งความทุกข์ทรมานอันใหญ่หลวง การช่วยเหลือผู้อื่นด้วยจิตใจอันบริสุทธิ์ ย่อมนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองและความสงบสุขแก่ตนเองและสังคม
5เอกนิบาตสัตตบุรุษชาดกในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ มีเมืองสำคัญนามว่า ราชคฤห์ อันเป็นที่อยู่ของกษัตริย...
💡 การพิจารณาบุคคลด้วยปัญญาและการเลือกคบคนดี นำมาซึ่งความสงบสุขและความเจริญรุ่งเรือง.
58เอกนิบาตความโลภที่ไม่สิ้นสุดณ ชายฝั่งทะเลอันกว้างใหญ่ ในดินแดนที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ มีหมู่บ้านชาวประม...
💡 ความโลภที่ไม่มีที่สิ้นสุดย่อมนำมาซึ่งความทุกข์ การรู้จักพอเพียงคือความสุขที่แท้จริง.
100เอกนิบาตติมพิณทกชาดก ในอดีตกาลอันไกลโพ้น เมื่อครั้งพระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นพระโพธิสัตว์เจ้า ชาตินี้พระองค์...
💡 ความสุขที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่วัตถุหรืออำนาจภายนอก แต่อยู่ที่ความสงบภายในจิตใจ และการปล่อยวางจากกิเลสทั้งปวง
— Multiplex Ad —