
ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ป่าหิมพานต์อันอุดมสมบูรณ์ มีพญานกแขกเต้าผู้มีขนสีสันสดใส อาศัยอยู่บนต้นไม้ใหญ่มาเป็นเวลานาน พญานกตนนี้มีชื่อว่า กุฏิทะ เป็นนกที่มีความเฉลียวฉลาด มีไหวพริบ และมีจิตใจที่เมตตา
กุฏิทะมีเพื่อนสนิทคือ นกแขกเต้าอีกสองตน ซึ่งมีนิสัยแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ตนหนึ่งมีชื่อว่า รุกขะ เป็นนกที่ชอบกินอย่างเดียว ไม่สนใจสิ่งใดนอกจากการหาอาหาร ตนที่สองมีชื่อว่า สุขะ เป็นนกที่ขี้ขลาดหวาดกลัว ไม่กล้าเผชิญหน้ากับสิ่งใด
วันหนึ่ง ขณะที่ทั้งสามกำลังเพลิดเพลินกับการหาผลไม้กินอยู่นั้น พลันก็ได้ยินเสียงกึกก้องมาจากเบื้องบน เป็นเสียงของพรานป่าผู้โหดเหี้ยม กำลังลั่นไกปืนเพื่อล่าสัตว์
รุกขะตกใจมาก รีบบินหนีไปทันที โดยไม่สนใจเพื่อนอีกสองตน “แย่แล้ว! อันตราย! ต้องหนี!” มันร้องตะโกนแล้วก็หายลับไปในหมู่เมฆ
สุขะยิ่งกว่านั้น มันตัวสั่นงันงก แทบจะขยับปีกไม่ได้ “โอ้! เราต้องตายแน่ๆ! ทำอย่างไรดี! เราไม่รอดแน่!” มันร้องคร่ำครวญอย่างน่าเวทนา
แต่กุฏิทะกลับมีสติเป็นเลิศ มันมองไปยังทิศทางของเสียง แล้วรีบคว้าผลไม้ที่ยังมีติดอยู่บนกิ่งมาเต็มปาก “สุขะ! อย่าได้กลัวไปเลย! จงเกาะติดข้าไว้ให้แน่น!”
ว่าแล้ว กุฏิทะก็รีบบินพา สุขะที่ยังคงหวาดกลัว ไปยังพุ่มไม้หนาทึบที่อยู่ไม่ไกล พลางก็สาดผลไม้ที่คาบมาใส่บริเวณนั้น เพื่อล่อความสนใจของพราน
พรานป่าได้ยินเสียงผลไม้ตก ก็คิดว่ามีนกอยู่ตรงนั้น จึงเดินเข้าไปใกล้ แต่เมื่อเข้าไปถึง ก็ไม่พบสิ่งใด นอกจากผลไม้ที่หล่นเกลื่อนพื้น
ขณะที่พรานกำลังงุนงง กุฏิทะก็ฉวยโอกาสนั้น พา สุขะ บินขึ้นไปหลบซ่อนบนกิ่งไม้สูง ที่พรานไม่สามารถมองเห็นได้
เมื่อพรานป่าหาเท่าไหร่ก็ไม่พบ จึงคิดว่าตนเองเข้าใจผิด และเดินหน้าต่อไป
เมื่อพ้นอันตรายไปแล้ว กุฏิทะก็พาสุขะลงมายังที่ปลอดภัย “สุขะ! เจ้าเห็นไหม! ความกลัวมิใช่หนทางแก้ไขปัญหา แต่สติและความกล้าต่างหากที่จะช่วยให้เราพ้นภัย”
สุขะสำนึกผิดในความขี้ขลาดของตน “ข้าพเจ้าขอโทษ กุฏิทะ! ข้าพเจ้าโง่เขลาเกินไปที่มัวแต่หวาดกลัว จนเกือบเอาชีวิตไม่รอด”
ส่วนรุกขะที่รีบบินหนีไปก่อนหน้านั้น มันบินไปเรื่อยๆ จนเหนื่อยล้า และพลัดหลงเข้าป่าลึก เมื่อพยายามจะหาผลไม้กิน ก็พบว่าตนเองไม่รู้จักพืชพันธุ์ในป่าแห่งนี้เลย จึงต้องอดอยากและทรมาน
ในที่สุด รุกขะก็ต้องยอมจำนนต่อความหิวโหย และสำนึกผิดในการกระทำของตน
กุฏิทะเมื่อเห็นว่ารุกขะตกอยู่ในอันตราย ก็มิได้ทิ้งเพื่อน มันรีบบินไปตามหารุกขะ และเมื่อพบ ก็ได้นำทางรุกขะกลับมายังที่ปลอดภัย พร้อมทั้งสอนให้มันรู้จักพืชพันธุ์ที่กินได้
รุกขะเมื่อได้ลิ้มรสชาติของผลไม้ที่กุฏิทะหามาให้ ก็รู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณ “กุฏิทะ! ข้าพเจ้าขอโทษที่เคยเห็นแก่ตัว และมัวแต่ห่วงแต่ชีวิตของตนเอง ข้าพเจ้าจะไม่ทำเช่นนั้นอีกแล้ว”
ทั้งสามสหายได้เรียนรู้บทเรียนอันล้ำค่าในวันนี้ กุฏิทะได้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของสติปัญญาและความกล้าหาญ สุขะได้เรียนรู้ที่จะเอาชนะความขี้ขลาด และรุกขะได้เรียนรู้ที่จะไม่เห็นแก่ตัว
ตั้งแต่นั้นมา ทั้งสามก็อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข มีน้ำใจต่อกัน และคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกันเสมอ
— In-Article Ad —
สติปัญญาและความกล้าหาญเป็นสิ่งสำคัญในการเผชิญหน้ากับปัญหาและความยากลำบาก การเห็นแก่ตัวและการหวาดกลัวเกินเหตุย่อมนำมาซึ่งความเดือดร้อน
บารมีที่บำเพ็ญ: วิริยบารมี
— Ad Space (728x90) —
407สัตตกนิบาตมุสิกชาดกณ เมืองสาวัตถีอันรุ่งเรือง ในยุคที่พระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์ชีพ พระโพธิสัตว์ได้เสวยพระชาติเป...
💡 การเชื่อคำสัญญาของคนพาล ย่อมนำมาซึ่งความเดือดร้อน การใช้ปัญญาพิจารณาให้รอบคอบก่อนช่วยเหลือผู้อื่นเป็นสิ่งสำคัญ
145เอกนิบาตมหาปทุมชาดก ณ เมืองมิถิลา อันเป็นราชธานีแห่งแคว้นวิเทหะ เคยเป็นที่เลื่องลือถึงความเจริญรุ่งเรืองและ...
💡 ความเมตตา ย่อมสามารถเปลี่ยนแปลงจิตใจที่เต็มไปด้วยความแค้นให้กลับกลายมาเป็นความดีงามได้ การให้อภัยและการทำความดี คือหนทางแห่งความสุขที่แท้จริง
261ติกนิบาตมหาสิงคลชาดก (ครั้งที่ 2) มหาสิงคลชาดก (ครั้งที่ 2) ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธอันอุด...
💡 ความมีสติปัญญาในการดำเนินชีวิต การใช้ทรัพย์สินให้เป็นประโยชน์ การรู้จักตอบแทนบุญคุณ และการแก้ไขปัญหาด้วยปัญญา ย่อมนำมาซึ่งความสุขความเจริญ
227ทุกนิบาตมุสิกชาดก (Musika Jataka)ในยุคโบราณกาล ณ ดินแดนอันอุดมสมบูรณ์ ที่ซึ่งมีนาข้าวเขียวขจีเหลืองอร่าม เป็...
💡 การเตรียมพร้อมล่วงหน้า และการทำงานร่วมกันเป็นทีม จะช่วยให้เราสามารถผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ ไปได้
188ทุกนิบาตอตุโลชาดก (เรื่องพระโพธิสัตว์) ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กรุงมิถิลา แคว้นวิเทหะ กษัตริย์นามว่า มหาปชาบด...
💡 ความกล้าหาญและความเสียสละที่เกิดจากจิตใจอันบริสุทธิ์ สามารถนำมาซึ่งผลดีอันยิ่งใหญ่ และสามารถช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นจากความทุกข์ยากได้
101เอกนิบาตสัตตบุรุษชาดก ในสมัยโบราณกาล ณ กรุงพาราณสี อันเป็นราชธานีอันรุ่งเรืองแห่งแคว้นกาสี พระโพธิสัตว์เจ้า...
💡 การเป็น "สัตบุรุษ" หรือผู้ประเสริฐ คือการมีคุณธรรม 7 ประการ ได้แก่ การให้ทาน, การรักษาศีล, ความเพียร, ปัญญา, สัจจะ, เมตตา, และการไม่พยาบาท เมื่อเราประพฤติตนเป็นสัตบุรุษ เราจะไม่เพียงแต่หลุดพ้นจากความทุกข์ แต่ยังสามารถช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นจากความทุกข์ และนำพามาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองแก่สังคมโดยรวมได้
— Multiplex Ad —