
ในสมัยพุทธกาล พระพุทธองค์ทรงประทับอยู่ ณ วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ได้มีภิกษุรูปหนึ่ง เป็นผู้มีจิตใจหดหู่ เศร้าหมอง เนื่องจากไม่สามารถบรรลุธรรมได้ตามที่คาดหวัง
พระพุทธองค์ทรงทราบถึงความทุกข์ใจของภิกษุรูปนั้น จึงทรงตรัสเรียกมา และทรงเล่าเรื่องในอดีตชาติของพระองค์ เพื่อให้ภิกษุรูปนั้นเกิดกำลังใจ
“ดูก่อนภิกษุ” พระพุทธองค์ตรัส “ในอดีตกาล เมื่อครั้งที่ตถาคตยังเป็นพระโพธิสัตว์ ได้เวียนว่ายตายเกิดเป็นพระเจ้าแผ่นดินนามว่า พระเจ้าสัญชนกะ ทรงปกครองเมืองกาสี
พระเจ้าสัญชนกะทรงเป็นผู้มีพระปรีชาสามารถ ทรงปกครองบ้านเมืองด้วยทศพิธราชธรรม และทรงมีพระมเหสีที่เปี่ยมด้วยคุณธรรม
วันหนึ่ง พระมเหสีทรงมีพระครรภ์
ข่าวการตั้งครรภ์ของพระมเหสีสร้างความปลาบปลื้มยินดีแก่พระเจ้าสัญชนกะเป็นอย่างยิ่ง
“ข่าวดีเช่นนี้ ช่างน่ายินดีเสียจริง” พระเจ้าสัญชนกะตรัส “ขอให้เจ้าจงดูแลพระครรภ์เป็นอย่างดี”
แต่หารู้ไม่ว่า การตั้งครรภ์ครั้งนี้ มิใช่ธรรมดา
เมื่อพระมเหสีทรงประสูติพระโอรสออกมา ก็ปรากฏว่าพระโอรสนั้น มิใช่ทารกธรรมดา
พระโอรสทรงมีรูปร่างประหลาด มีอุทร (ท้อง) ที่ใหญ่โตผิดปกติ
“นี่มันอะไรกัน!” พระเจ้าสัญชนกะทรงตกพระทัย
“ฝ่าบาท! พระโอรสทรงประสูติมาพร้อมกับอุทรที่ใหญ่โต!” พระพี่เลี้ยงกราบทูล
พระเจ้าสัญชนกะทรงกังวลพระทัยเป็นอย่างยิ่ง
“เราจะทำอย่างไรกับพระโอรสองค์นี้ดี” พระองค์ตรัสถามพระมเหสี
พระมเหสีทรงตอบด้วยพระสุรเสียงอันอ่อนโยน “ฝ่าบาทเพคะ แม้พระโอรสจะมีรูปร่างประหลาด แต่พระองค์ก็ยังทรงเป็นพระโอรสของเรา เราควรจะเลี้ยงดูพระองค์ให้เติบโตขึ้นมาอย่างดี”
พระเจ้าสัญชนกะทรงเห็นด้วยกับพระมเหสี
เมื่อพระโอรสดำรงพระชนม์ชีพเติบโตขึ้น พระองค์ก็ทรงแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถอันน่าทึ่ง
พระโอรสทรงมีความเฉลียวฉลาด สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในราชสำนักได้อย่างรวดเร็ว
วันหนึ่ง เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้น
ณ ใจกลางเมืองกาสี ปรากฏมีเสาหินขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ
เสาหินนั้นสูงเสียดฟ้า ปกคลุมไปด้วยหมอกหนาทึบ
“นี่มันอะไรกัน!” ประชาชนต่างตื่นตระหนก
“เสาหินนี้มาจากไหน!”
ข่าวนี้ไปถึงพระกรรณของพระเจ้าสัญชนกะ
“เสาหินอันมหึมาเช่นนี้ได้อย่างไร!” พระเจ้าสัญชนกะตรัสถามเหล่าเสนาบดี
“ไม่ทราบเพคะฝ่าบาท” เหล่าเสนาบดีตอบ
พระเจ้าสัญชนกะทรงสั่งให้เหล่าช่างฝีมือไปพยายามโค่นล้มเสาหินนั้น แต่ก็ไม่สำเร็จ
“เสาหินนี้แข็งแกร่งยิ่งนัก!” เหล่าช่างฝีมือกล่าว
ขณะนั้นเอง พระโอรสผู้มีอุทรใหญ่ ก็ทรงออกมา
“ฝ่าบาท” พระโอรสตรัส “หม่อมฉันจะลองไปดู”
พระโอรสทรงเสด็จไปยังเสาหินนั้น และทรงใช้กำลังอันมหาศาลของพระองค์ ผลักเสาหินจนโค่นล้มลง
“โอ้โห!” ประชาชนต่างโห่ร้องด้วยความยินดี
“พระโอรสช่างทรงมีพละกำลังเหลือคณานับ!”
อีกครั้งหนึ่ง เกิดเหตุการณ์ประหลาด
ณ ใจกลางเมืองกาสี ปรากฏมีต้นไม้ชนิดหนึ่ง งอกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
ต้นไม้นั้นแผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมทั่วทั้งเมือง จนแสงแดดส่องลงมาไม่ถึง
“เราจะทำอย่างไรดี” ประชาชนต่างสิ้นหวัง
“เราจะอดตายแน่”
พระเจ้าสัญชนกะทรงกังวลพระทัยเป็นอย่างยิ่ง
“เราจะโค่นต้นไม้นี้ได้อย่างไร” พระองค์ตรัส
พระโอรสผู้มีอุทรใหญ่ ก็ทรงออกมาอีกครั้ง
“ฝ่าบาท” พระโอรสตรัส “หม่อมฉันจะลองไปดู”
พระโอรสทรงใช้พระขรรค์อันคมกริบ ฟันลงไปที่ต้นไม้
“ฉับ! ฉับ! ฉับ!”
เพียงไม่นาน ต้นไม้ก็ถูกโค่นล้มลง
“พระโอรสช่างทรงมีฝีมือ!” ประชาชนต่างชื่นชม
พระเจ้าสัญชนกะทรงเห็นว่าพระโอรสของพระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถ และมีพละกำลังอันน่าทึ่ง
พระองค์จึงทรงมอบหมายให้พระโอรสช่วยบริหารราชการ
เมื่อพระโอรสทรงขึ้นครองราชย์ต่อจากพระเจ้าสัญชนกะ พระองค์ก็ทรงปกครองเมืองกาสีด้วยทศพิธราชธรรม
พระองค์ทรงแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างชาญฉลาด และทำให้เมืองกาสีเจริญรุ่งเรือง
พระพุทธองค์ทรงสรุปเรื่องราวนี้ว่า “ดูก่อนภิกษุ การที่ตถาคตเกิดมาพร้อมกับอุทรที่ใหญ่โต มิใช่ความผิดปกติ แต่เป็นเพราะบุญกรรมที่สั่งสมมา และเป็นสัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์พูนสุข
แม้ว่าภิกษุจะยังไม่บรรลุธรรมในชาตินี้ ก็จงอย่าท้อแท้ จงตั้งมั่นในการปฏิบัติธรรมต่อไป
เพราะบุญกรรมที่สั่งสมมา ย่อมส่งผลให้เราได้รับความสุขและความสำเร็จในที่สุด”
คติธรรม:
ความผิดปกติภายนอก มิได้บ่งบอกถึงความบกพร่องภายในเสมอไป การมีจิตใจที่เข้มแข็งและการบำเพ็ญเพียร ย่อมนำมาซึ่งผลลัพธ์อันน่าอัศจรรย์
บารมีที่บำเพ็ญ:
ปัญญาบารมี, วิริยบารมี
— In-Article Ad —
ความผิดปกติภายนอกไม่ได้บ่งบอกถึงความบกพร่องภายในเสมอไป การบำเพ็ญเพียรนำมาซึ่งผลลัพธ์อันน่าอัศจรรย์
บารมีที่บำเพ็ญ: ปัญญาบารมี, วิริยบารมี
— Ad Space (728x90) —
21เอกนิบาตมหาปัญญาวนกชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในป่าอันสงบร่มรื่นแห่งหนึ่ง ณ แคว้นมคธ มีพญานกแขกเต้าตนหนึ่ง ท...
💡 อย่าหลงเชื่อคำพูดที่อ่อนหวานเกินจริง และจงพิจารณาให้รอบคอบก่อนช่วยเหลือผู้อื่น เพราะบางครั้งผู้ที่ดูน่าสงสาร อาจมีเจตนาแอบแฝงที่ชั่วร้ายอยู่เบื้องหลัง
189ทุกนิบาตสารภังคชาดก (เรื่องนกสารภังค) นานมาแล้ว ในยุคที่พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นนกสารภังค์ อาศัยอยู่ในป่...
💡 ความโลภเป็นสิ่งนำมาซึ่งหายนะ การช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเมตตา ย่อมนำมาซึ่งความดีงามและความสงบสุข
213ทุกนิบาตสุณีตกชาดกณ แคว้นโกศล อันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณธัญญาหาร ปกครองโดยพระเจ้าพรหมทัต ผู้ทรงธรรม แต่ทว่า...
💡 การใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่นโดยไม่มีหลักฐาน เป็นการกระทำที่ผิดและนำมาซึ่งความเดือดร้อน การพูดความจริงและยึดมั่นในความซื่อสัตย์ คือสิ่งสำคัญในการอยู่ร่วมกันในสังคม.
48เอกนิบาตมุสิละชาดก นานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพราหมณ์ผู้ประเสริฐ ณ กรุงพาราณสี ทรงดำรงตน...
💡 การกล่าวเท็จและการใส่ร้ายผู้อื่น ย่อมมีวันถูกเปิดเผย และผู้ประพฤติในความดี ย่อมได้รับการปกป้องจากความจริง
124เอกนิบาตอุทายิชาดก ครั้งเมื่อครั้งพุทธกาล พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ วัดพระเชตวัน มหาวิหาร เมื...
💡 การมีเมตตาจิตและไม่หวาดกลัวต่อภัยอันตราย ย่อมนำมาซึ่งผลดี และสามารถเปลี่ยนแปลงผู้อื่นให้ดีขึ้นได้ แม้แต่ผู้ที่เคยทำความผิดก็สามารถกลับตัวกลับใจได้หากได้รับคำชี้แนะที่ดี
201ทุกนิบาตกุฏิทสูตรณ ดินแดนอันอุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่ง นามว่า 'มัสสิสัปปะ' ซึ่งเป็นที่อยู่ของเหล่าดาบสผู้ทรงศีล มี...
💡 การช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความจริงใจย่อมนำมาซึ่งมิตรภาพและความสุข การมีจิตใจที่สันโดษ ไม่ยึดติดในวัตถุ ย่อมนำมาซึ่งความสงบที่แท้จริง
— Multiplex Ad —