
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธอันอุดมสมบูรณ์ ปกครองโดยพระเจ้าพรหมทัต ผู้ทรงทศพิธราชธรรม ปกครองไพร่ฟ้าประชาราษฎร์ด้วยความยุติธรรม แต่ในยามนั้น เหล่าโจรป่าได้ก่อความเดือดร้อน แผ่ขยายอิทธิพลไปทั่วทุกสารทิศ ปล้นสะดมผู้คน สร้างความหวาดกลัวไปทั่ว
ในเมืองพาราณสี มีกษัตริย์องค์หนึ่งทรงพระนามว่า พระเจ้าพรหมทัต ผู้ทรงเป็นที่รักของอาณาประชาราษฎร์ ทรงครองราชย์ด้วยทศพิธราชธรรม แต่ในยุคสมัยนั้น มีโจรผู้ร้ายออกปล้นสะดมสร้างความเดือดร้อนไปทั่ว จนยากที่ใครจะอยู่เป็นสุขได้
ครั้งหนึ่ง เหล่าโจรได้วางแผนการใหญ่ที่จะปล้นราชรถหลวงในขณะที่พระเจ้าพรหมทัตเสด็จแปรพระราชฐานไปยังอุทยาน พวกมันซุ่มซ่อนอยู่ตามพุ่มไม้หนาทึบ ร่างกายเปื้อนโคลนเพื่ออำพรางตัว เตรียมพร้อมที่จะโจนเข้าโจมตี
แต่ทว่า พระเจ้าพรหมทัตทรงมีพระปรีชาญาณอันเฉียบแหลม ทรงสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างจากทหารองครักษ์ที่ดูประหม่าและไม่เป็นธรรมชาติ พระองค์ทรงตรัสถามถึงความผิดปกติเหล่านั้น แต่เหล่าทหารก็พยายามบ่ายเบี่ยง
เมื่อทรงซักไซ้ไล่เลียงอย่างหนักแน่น ทหารองครักษ์คนหนึ่งที่ทนต่อไปไม่ไหวจึงสารภาพความจริงว่า มีแผนการร้ายที่เหล่าโจรวางไว้ พระเจ้าพรหมทัตทรงตกพระทัยยิ่งนัก แต่ก็มิได้ทรงแสดงอาการตื่นตระหนก
พระองค์ทรงตัดสินพระทัยที่จะเผชิญหน้ากับเหล่าโจรด้วยพระองค์เอง โดยมิได้ทรงนำกองทหารไปด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บริสุทธิ์ต้องตกอยู่ในอันตราย หากการต่อสู้เกิดบานปลายขึ้น
เมื่อขบวนเสด็จมาถึงจุดที่เหล่าโจรซุ่มซ่อนอยู่ พระเจ้าพรหมทัตทรงมีพระบัญชาให้รถหลวงจอดลง พระองค์ทรงก้าวลงจากรถเพียงลำพัง ทรงถือพระแสงดาบไว้ในพระหัตถ์
เหล่าโจรเห็นดังนั้นก็พากันโห่ร้องด้วยความดีใจ คิดว่านี่เป็นโอกาสทองที่จะได้ปล้นพระราชทรัพย์ แต่เมื่อพระเจ้าพรหมทัตทรงก้าวเดินเข้าไปใกล้ พวกมันก็ต้องตะลึงงัน
พระเจ้าพรหมทัตมิได้ทรงแสดงท่าทีหวาดกลัว แต่กลับทรงประกาศก้องด้วยเสียงอันดังว่า “พวกเจ้าคิดจะปล้นเราหรือ! จงเข้ามา! หากเจ้ามีกำลังมากพอ!”
เหล่าโจรซึ่งเคยปล้นแต่ผู้ที่อ่อนแอและขี้ขลาด ต่างก็ตกตะลึงในความกล้าหาญของพระเจ้าพรหมทัต พวกมันไม่เคยพบเห็นกษัตริย์องค์ใดที่จะกล้าเผชิญหน้ากับพวกมันถึงเพียงนี้
ในขณะที่เหล่าโจรยังคงลังเลอยู่นั้น พระเจ้าพรหมทัตก็ทรงชักพระแสงดาบออกมา ประกายดาบที่สะท้อนแสงแดดทำให้เหล่าโจรต้องหรี่ตา
“เข้ามาสิ!” พระเจ้าพรหมทัตตรัสอีกครั้ง “หากเจ้าต้องการสิ่งใด จงบอกมา!”
ความกล้าหาญอันหาญกล้าของพระเจ้าพรหมทัต ทำให้เหล่าโจรเกิดความยำเกรง พวกมันมองหน้ากันไปมา รู้สึกละอายใจในพฤติกรรมของตนเอง
หัวหน้าโจรซึ่งเป็นผู้ที่ดูองอาจที่สุดในกลุ่ม ได้ก้าวออกมาอย่างช้าๆ เขาเห็นแววตาที่มุ่งมั่นและไม่หวั่นเกรงของพระเจ้าพรหมทัต
“ฝ่าบาท...” หัวหน้าโจรกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ “พวกข้ามันคนพาล... พวกข้า... ไม่สมควรที่จะมาปล้นพระองค์เลย”
พระเจ้าพรหมทัตทรงลดพระแสงดาบลง “หากพวกเจ้าละทิ้งการเป็นโจร เปลี่ยนมาประกอบอาชีพสุจริต เราพร้อมที่จะช่วยเหลือพวกเจ้า”
เหล่าโจรต่างรู้สึกซาบซึ้งในพระเมตตาของพระองค์ พวกมันพากันหมอบกราบลงแทบพระบาท ยอมจำนนต่อพระองค์โดยสิ้นเชิง
พระเจ้าพรหมทัตทรงรับเหล่าโจรเข้ามาเป็นทหารในกองทัพ และทรงฝึกฝนให้พวกเขาใช้ความกล้าหาญและความแข็งแกร่งของตนให้เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง
นับแต่นั้นมา แคว้นมคธก็สงบสุข ปราศจากโจรผู้ร้ายอีกต่อไป ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขภายใต้การปกครองอันเปี่ยมด้วยพระปรีชาญาณและพระเมตตาของพระเจ้าพรหมทัต
ในชาติอันเป็นพระโพธิสัตว์ พระเจ้าพรหมทัตทรงเป็นพระชาติของพระโพธิสัตว์ที่ได้บำเพ็ญเนกขัมมบารมี
— In-Article Ad —
ความกล้าหาญและความเด็ดเดี่ยวสามารถเอาชนะอุปสรรคและความชั่วร้ายได้ การเผชิญหน้ากับปัญหาด้วยสติปัญญาและความกล้าหาญ ย่อมนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีกว่าการหลบหนีหรือยอมจำนน
บารมีที่บำเพ็ญ: เนกขัมมบารมี
— Ad Space (728x90) —
59เอกนิบาตน้ำใจในยามทุกข์ยากณ แคว้นโกศลอันร่มเย็น กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ชื่อว่า เมือ...
💡 การให้ย่อมบังเกิดผล การช่วยเหลือผู้อื่นในยามทุกข์ยากนั้น ยิ่งใหญ่กว่าสิ่งใด.
106เอกนิบาตมหาวานรชาดก ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ยังทรงบำเพ็ญพระบารมี ทรงถือกำเนิดเป็นพระยาวานร...
💡 การใช้ปัญญาและความเฉลียวฉลาด สามารถเอาชนะกำลังที่เหนือกว่าได้
72เอกนิบาตพระโพธิสัตว์ในรูปช้างเผือกผู้ซื่อสัตย์ ณ ดินแดนอันสงบสุขแห่งหนึ่ง ซึ่งมีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ มีแม่น้ำใส...
💡 ความซื่อสัตย์และการเสียสละเพื่อปกป้องผู้อื่น เป็นคุณธรรมอันประเสริฐ
102เอกนิบาตมหาสุบินชาดกณ กรุงสาวัตถี พระพุทธองค์ทรงประทับอยู่ ณ วัดพระเชตวัน ขณะนั้น พระเจ้าปเสนทิโกศล ทรงมีพระ...
💡 นิมิตหมายต่างๆ สามารถบ่งบอกถึงความเสื่อมโทรมทางศีลธรรมของสังคม และเป็นเครื่องเตือนใจให้ประพฤติปฏิบัติดี
22เอกนิบาตอติจาณกชาดกณ เมืองสาวัตถี อันเป็นเมืองที่รุ่งเรืองด้วยพระพุทธศาสนา มีพระภิกษุรูปหนึ่งนามว่า "พระอติจ...
💡 ความตะกละเป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ ควรบริโภคอาหารแต่พอดี รู้จักประมาณตน เพื่อสุขภาพกายและใจที่ดี
101เอกนิบาตสัตตบุรุษชาดก ในสมัยโบราณกาล ณ กรุงพาราณสี อันเป็นราชธานีอันรุ่งเรืองแห่งแคว้นกาสี พระโพธิสัตว์เจ้า...
💡 การเป็น "สัตบุรุษ" หรือผู้ประเสริฐ คือการมีคุณธรรม 7 ประการ ได้แก่ การให้ทาน, การรักษาศีล, ความเพียร, ปัญญา, สัจจะ, เมตตา, และการไม่พยาบาท เมื่อเราประพฤติตนเป็นสัตบุรุษ เราจะไม่เพียงแต่หลุดพ้นจากความทุกข์ แต่ยังสามารถช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นจากความทุกข์ และนำพามาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองแก่สังคมโดยรวมได้
— Multiplex Ad —