
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นโกศลอันรุ่งเรือง พระโพธิสัตว์บังเกิดเป็นควายป่าผู้มีพละกำลังมหาศาล ร่างกายใหญ่โตกำยำ หนังหนาเหมือนเหล็กกล้า นัยน์ตาฉายแววแห่งความองอาจ เขาเป็นจ่าฝูงของฝูงควายป่าที่อาศัยอยู่ในป่าใหญ่แห่งหนึ่ง ความสงบสุขของฝูงควายดำเนินไปอย่างราบรื่นภายใต้การนำของเขา
แต่แล้ว วันหนึ่ง ขณะที่ฝูงควายกำลังหากินอย่างเพลิดเพลิน ก็มีนายพรานป่าผู้หนึ่งหลงเข้ามาในป่า เขาเป็นพรานผู้ชำนาญในการล่าสัตว์ แต่ก็เป็นคนที่มีจิตใจโหดเหี้ยมและละโมบ เมื่อเขาเห็นฝูงควายป่าที่มีควายป่าตัวใหญ่ที่สุดอยู่กลางฝูง เขาก็เกิดความโลภอยากได้เขาอันใหญ่โตและหนังอันหนาไปเป็นเครื่องประดับ
“โอ้โห! ควายตัวนี้ช่างใหญ่โตนัก ถ้าได้เขาและหนังของมันมาคงจะรวยไม่น้อย!” นายพรานรำพึงกับตนเอง
เขาจึงซุ่มรอจังหวะ จนกระทั่งฝูงควายแยกย้ายกันไปหากินตามลำพัง นายพรานจึงค่อยๆ ย่องเข้าไปหาควายป่าตัวใหญ่ ซึ่งก็คือพระโพธิสัตว์นั่นเอง
“เจ้านี่มันถึงเวลาตายแล้ว!” นายพรานตะโกนพร้อมกับปลดลูกธนูออก
แต่ควายป่าผู้กล้าหาญนั้นไม่เคยหวาดกลัว เขาเพียงแต่สะบัดหัวอย่างแรง และแผดเสียงร้องกึกก้องเพื่อข่มขวัญนายพราน
“เจ้ามนุษย์บังอาจ! เจ้ากล้าดียังไงมารุกรานถิ่นที่อยู่ของข้า!”
นายพรานเห็นว่าการยิงธนูธรรมดาคงทำอะไรควายป่าตัวนี้ไม่ได้ เขาจึงเปลี่ยนแผน
“ถ้าเจ้าแน่จริง มาสู้กันตัวต่อตัว!” นายพรานหยิบมีดสั้นเล่มคมออกมา “ถ้าเจ้าชนะ ข้าจะยอมแพ้ไป”
ควายป่ามองนายพรานด้วยความดูแคลน “เจ้ามนุษย์ เจ้าจะใช้เล่ห์กลอะไรก็ตาม ข้าไม่เคยหวั่นไหว”
แต่ทว่า ควายป่าตัวอื่นในฝูง กลับเริ่มหวาดกลัว พวกมันกระซิบกระซาบกัน
“ท่านจ่าฝูง! อย่าไปสู้เลย! พรานผู้นี้มีอาวุธ! เราสู้ไม่ได้!”
“ใช่แล้วท่าน! เราหนีไปกันเถอะ!”
ควายป่าบางตัวเริ่มส่งเสียงร้องด้วยความหวาดกลัว และเตรียมจะวิ่งหนี
พระโพธิสัตว์มองดูฝูงของตนด้วยความผิดหวัง
“พวกเจ้าช่างขี้ขลาดเสียจริง!” เขาแผดเสียง “ข้าเป็นถึงจ่าฝูง ข้าจะยอมให้มนุษย์มาดูหมิ่นได้อย่างไร! หากข้าแพ้ ข้าก็ยอมรับชะตากรรม แต่ข้าจะไม่ยอมหนี!”
แล้วควายป่าผู้กล้าหาญก็พุ่งเข้าใส่นายพรานอย่างรวดเร็ว แต่นายพรานก็ใช้ความชำนาญและความว่องไว หลบหลีกการโจมตีของควายป่าไปได้
ในการต่อสู้ครั้งนี้ นายพรานได้ใช้เล่ห์กลต่างๆ นานา เขาแกล้งทำเป็นอ่อนแอ แล้วก็โจมตีควายป่าอย่างไม่ทันตั้งตัว ควายป่าผู้มีพละกำลังมาก แต่ขาดไหวพริบ จึงตกเป็นเป้าของเล่ห์กลของนายพราน
ในที่สุด นายพรานก็สามารถแทงมีดเข้าที่สีข้างของควายป่าได้
ควายป่าล้มลง เลือดไหลนองพื้น
“ข้า... ข้าแพ้แล้ว” ควายป่ากล่าวอย่างอ่อนแรง
นายพรานเห็นควายป่าล้มลง ก็รีบเข้าไปจัดการกับมันทันที เขาได้เขาอันใหญ่โตและหนังอันหนาของมันไป
ฝูงควายป่าที่เหลือ ต่างก็ตกใจกลัว และวิ่งหนีไปจนหมดสิ้น
หลังจากนั้นไม่นาน นายพรานก็กลับไปยังหมู่บ้านของเขา เขาได้นำเขาและหนังของควายป่าไปขายได้ราคาดี
ส่วนควายป่าตัวอื่นๆ ที่หนีไปได้ ก็หลบซ่อนตัวอยู่ในป่าลึก พวกมันหวาดกลัวและไม่กล้าออกมาหากินเหมือนเดิม
วันเวลาผ่านไป นายพรานผู้ละโมบก็กลับมายังป่าแห่งนี้อีกครั้ง คราวนี้เขาตั้งใจจะมาล่าควายป่าตัวอื่นๆ ในฝูง
แต่เมื่อเขามาถึง เขาพบว่าควายป่าตัวอื่นๆ นั้น ต่างก็ไม่มีผู้นำที่แข็งแกร่งและกล้าหาญอีกต่อไป พวกมันอ่อนแอลง และแตกแยกกันเอง
นายพรานไม่ต้องใช้ความพยายามมากนัก เขาก็สามารถล่าควายป่าตัวอื่นๆ ไปได้ทีละตัวสองตัว
ในที่สุด ฝูงควายป่าก็สูญสิ้นไป
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ผู้นำที่กล้าหาญและแข็งแกร่ง คือเสาหลักของหมู่คณะ หากผู้นำอ่อนแอ หรือประมาทเลินเล่อ ก็อาจนำมาซึ่งความพินาศของหมู่คณะได้เช่นกัน ความกล้าหาญเพียงอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีสติปัญญาและไหวพริบประกอบด้วย
— In-Article Ad —
ผู้นำที่แข็งแกร่งและกล้าหาญคือเสาหลักของหมู่คณะ ความกล้าหาญอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีสติปัญญาและไหวพริบด้วย.
บารมีที่บำเพ็ญ: วิริยบารมี
— Ad Space (728x90) —
63เอกนิบาตสุปารักขิตชาดก ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรืองในอดีตกาล พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นกษัตริย์ผู้ทรงทศพิธราช...
💡 การใช้สติปัญญาและคุณธรรมในการแก้ไขปัญหา ย่อมมีพลังมากกว่ากำลังหรืออาวุธ
102เอกนิบาตมหาสุบินชาดกณ กรุงสาวัตถี พระพุทธองค์ทรงประทับอยู่ ณ วัดพระเชตวัน ขณะนั้น พระเจ้าปเสนทิโกศล ทรงมีพระ...
💡 นิมิตหมายต่างๆ สามารถบ่งบอกถึงความเสื่อมโทรมทางศีลธรรมของสังคม และเป็นเครื่องเตือนใจให้ประพฤติปฏิบัติดี
80เอกนิบาตสัมพาหุชาดก ณ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในอดีตชาติอันไกลโพ้น เมื่อครั้งที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายัง...
💡 ความฉลาดและปัญญาประเสริฐกว่ากำลังกาย
159ทุกนิบาตสุนขชาดกณ ป่าหิมพานต์อันเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ ที่ซึ่งมีสัตว์ป่าหิมพานต์นานาชนิดอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสง...
💡 ความเพียรพยายาม ความซื่อสัตย์ และการเปิดใจรับความช่วยเหลือจากผู้อื่น ย่อมนำพาเราให้พ้นจากความทุกข์ยาก และสามารถกลับมายืนหยัดในชีวิตได้อีกครั้ง.
36เอกนิบาตอัสสโพตกชาดก ในอดีตกาล ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรือง ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงเป็นพราหมณ์หนุ่มผู้มีปัญญา...
💡 นิทานเรื่องนี้สอนให้เห็นถึงความสำคัญของการเสียสละและการให้ทาน การให้ที่แท้จริงคือการให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน และการให้แม้ในสิ่งที่ตนเองรักและหวงแหนที่สุด จะนำมาซึ่งผลบุญอันยิ่งใหญ่ และความสุขที่ยั่งยืน
235ทุกนิบาตสมุททชาดกในอดีตกาลอันไกลโพ้น พระโพธิสัตว์ทรงบังเกิดเป็นพระราชาผู้ทรงปรีชาสามารถแห่งแคว้นมคธ พระองค์ท...
💡 กำลังกายนั้นไม่อาจเทียบกับกำลังปัญญาและกำลังใจอันเข้มแข็งได้ การใช้วิธีการที่สันติและชาญฉลาด ย่อมสามารถเอาชนะอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ และหลีกเลี่ยงความขัดแย้งได้
— Multiplex Ad —