
ณ กรุงสาวัตถีอันรุ่งเรือง พระราชาทรงพระนามว่า พระเจ้าปิงคละ ทรงเป็นกษัตริย์ผู้ทรงพระปรีชาสามารถ ทรงปกครองอาณาประชาราษฎร์ด้วยทศพิธราชธรรม แต่ก็ทรงมีข้าราชบริพารผู้มากเล่ห์เหลี่ยมอยู่จำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เสนาบดีชื่อ 'กาล' ผู้มีจิตใจคดทรยศ
ในเมืองสาวัตถี มีพราหมณ์ผู้หนึ่งชื่อ 'สุมังคะ' เป็นผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด มีความรู้กว้างขวาง และเป็นที่ปรึกษาที่ไว้วางใจของพระราชา สุมังคะเป็นผู้ที่ยึดมั่นในความสัตย์จริง มีคุณธรรม และไม่เคยคิดคดทรยศ
เสนาบดีกาลเห็นว่า สุมังคะเป็นที่โปรดปรานของพระราชา และเป็นอุปสรรคต่อแผนการชั่วร้ายของตน จึงวางแผนที่จะใส่ร้ายป้ายสีสุมังคะ เพื่อให้พระราชาทรงเกลียดชังและขับไล่ออกจากเมือง
กาลแอบไปพบกับหญิงโสเภณีผู้หนึ่ง ซึ่งเป็นคนเจ้าเล่ห์เพทุบาย แล้วให้สินบนจำนวนมาก เพื่อให้หญิงผู้นั้นไปกล่าวหาว่าสุมังคะล่วงเกินเธอ
หญิงโสเภณีรับคำ แล้วก็แสร้งทำเป็นเสียใจร้องไห้ไปเข้าเฝ้าพระราชา เล่าเรื่องราวอันเป็นเท็จว่า สุมังคะได้ล่วงละเมิดเธอ ทำให้พระราชาทรงกริ้ว
พระราชาทรงเชื่อคำกล่าวหาของหญิงโสเภณี เพราะไม่ทรงทราบถึงแผนการชั่วร้ายของเสนาบดีกาล พระองค์ทรงพิโรธอย่างยิ่ง สั่งให้จับสุมังคะไปประหารชีวิต
เหล่าทหารจับสุมังคะไปที่ลานประหาร แต่ก่อนที่จะลงดาบ สุมังคะได้กล่าวขอร้องว่า “ข้าแต่พระราชา ข้าพระพุทธเจ้าเป็นผู้บริสุทธิ์ ข้าพระพุทธเจ้ามิได้กระทำการอันใดตามที่ถูกกล่าวหา หากข้าพระพุทธเจ้าเป็นผู้บริสุทธิ์จริง ขอให้ข้าพระพุทธเจ้ามีชีวิตรอด และขอให้ผู้ที่ใส่ร้ายข้าพระพุทธเจ้าจงได้รับผลกรรมตามที่ตนเองก่อ”
ขณะนั้นเอง เสนาบดีกาลผู้ซึ่งเฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ ก็เกิดอาการคลุ้มคลั่งอย่างกะทันหัน ร่างกายของเขาสั่นเทา หน้าตาซีดเผือด เขาตะโกนขึ้นมาว่า “ข้าเอง! ข้าเองที่เป็นคนวางแผนทั้งหมด! ข้าเองที่จ้างหญิงผู้นั้นมาใส่ร้ายสุมังคะ! ข้ามีความละโมบ โลภมาก อยากได้ตำแหน่งของสุมังคะ! ข้ามันคนชั่ว! ข้ามันคนทรยศ!”
เหล่าทหารและประชาชนต่างตกตะลึงในสิ่งที่เกิดขึ้น เสนาบดีกาลพูดไปก็ชักดิ้นชักงอไป แล้วก็สิ้นใจตายไปในที่สุด
พระราชาทรงทราบความจริงทั้งหมด ก็ทรงเสียพระทัยเป็นยิ่งนัก ทรงเสียพระทัยที่ทรงหลงเชื่อคำโกหก และทรงเสียใจที่เกือบจะประหารผู้บริสุทธิ์
พระองค์ทรงมีรับสั่งให้นำตัวหญิงโสเภณีไปลงโทษ และทรงยกย่องสุมังคะในฐานะผู้มีปัญญาและมีความสัตย์จริง
พระราชาทรงขอโทษสุมังคะ และทรงขอให้สุมังคะกลับมารับตำแหน่งที่ปรึกษาดังเดิม สุมังคะรับคำ แต่ก็ทูลพระราชาว่า “ขอให้พระองค์ทรงระลึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนี้เสมอ อย่าได้หลงเชื่อคำพูดของผู้อื่นโดยปราศจากการไตร่ตรอง ให้พิจารณาไตร่ตรองให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ”
พระราชาทรงรับฟังคำแนะนำของสุมังคะ และทรงปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดนับตั้งแต่นั้นมา
สุมังคะได้ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของพระราชาต่อไป ด้วยความซื่อสัตย์และปัญญา นำพาอาณาประชาราษฎร์ให้สงบสุข
ชาดกเรื่องนี้ สอนให้เห็นว่า การใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่นด้วยความโลภ และความอิจฉาริษยา ย่อมนำมาซึ่งความวิบัติแก่ตนเอง และผู้ที่ยึดมั่นในความสัตย์จริง ย่อมได้รับการยกย่องและมีชีวิตที่สงบสุข.
— In-Article Ad —
ความจริงย่อมชนะความเท็จ ผู้ที่คิดร้ายต่อผู้อื่น ย่อมได้รับผลกรรมนั้น.
บารมีที่บำเพ็ญ: สัจจบารมี, วิริยบารมี
— Ad Space (728x90) —
438นวกนิบาตมหานารทชาดก ณ ดินแดนอันไกลโพ้น ในสมัยโบราณกาล มีเมืองอันรุ่งเรืองนามว่า เมืองมิถิลา ในเมืองนี้มีกษัต...
💡 การให้ธรรมะเป็นทาน ประเสริฐกว่าการให้ทรัพย์สินใดๆ
483เตรสกนิบาตพระโพธิสัตว์กับกบสี่ตัว ณ ป่าใหญ่แห่งหนึ่งในสมัยพุทธกาล โบราณกาลนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ มีชายหนุ่มผู้ห...
💡 นิทานชาดกเรื่องนี้สอนให้เห็นถึงความสำคัญของการมีจิตใจเมตตากรุณาต่อสรรพสัตว์ และการใช้สติปัญญาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ความกล้าหาญในการปกป้องผู้อื่น และการช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
525มหานิบาตความซื่อสัตย์คือสมบัติอันประเสริฐณ แคว้นมคธอันรุ่งเรือง มีเมืองหลวงชื่อราชคฤห์ กษัตริย์ผู้ครองนครมีพ...
💡 ความซื่อสัตย์เป็นคุณธรรมอันประเสริฐที่ควรยึดถือปฏิบัติ ไม่ว่าจะต่อผู้อื่นหรือต่อสัตว์
527มหานิบาตการเสียสละเพื่อผู้อื่นณ เมืองสุมังคลนคร อันเป็นเมืองที่สงบสุขและอุดมสมบูรณ์ มีบุตรของเศรษฐีคนหนึ่ง น...
💡 การเสียสละเพื่อผู้อื่นเป็นคุณธรรมอันประเสริฐที่สุด ซึ่งสามารถนำไปสู่การหลุดพ้นจากทุกข์ได้
317จตุกกนิบาตมหาธนุปชาดกในอดีตกาล เมื่อครั้งที่พระโพธิสัตว์ทรงเวียนว่ายอยู่ในสังสารวัฏ ทรงได้อุบัติเป็น 'ธนู' อัน...
💡 พลังที่แท้จริงอยู่ที่การใช้ปัญญาและเมตตาควบคู่ไปกับการแสดงกำลัง
513วีสตินิบาตพญานาคผู้มีปัญญาในวังบาดาลอันโอ่อ่า ตระการตาด้วยแสงสีของอัญมณีที่ส่องประกายวับวาว อาศัยพญานาคผู้ทรงภ...
💡 ปัญญา คือแสงสว่างที่ช่วยให้เรามองเห็นทางออก และสามารถเอาชนะอุปสรรคที่ยากลำบากได้
— Multiplex Ad —