
ในอดีตกาล พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นพระโพธิสัตว์ในตระกูลของช้าง การเกิดครั้งนี้เกิดขึ้นในป่าหิมพานต์ ช้างเชือกนี้มีนามว่า พระยาอัมพา เป็นช้างที่มีรูปร่างสง่างาม แข็งแรง และมีจิตใจอันเปี่ยมด้วยเมตตาธรรม ช้างเชือกนี้อาศัยอยู่ในป่าอันสงบสุข ลำพังเพียงการมีอยู่ของมัน ก็เป็นที่เกรงขามของสัตว์ป่าทั้งหลาย แต่พระยาอัมพาก็ไม่เคยใช้กำลังไปรังแกผู้ใด
วันหนึ่ง ขณะที่พระยาอัมพากำลังเดินเล่นอยู่ริมลำธาร ทันใดนั้น เสียงร้องอันโหยหวนก็ดังแว่วมา พระยาอัมพาชะงักงัน และรีบสาวเท้าไปยังต้นเสียง
ณ ที่นั้น พระยาอัมพาพบกับลิงตัวหนึ่ง กำลังถูกงูเห่าตัวใหญ่รัดจนแทบจะขาดใจตาย
“ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยข้าด้วย!” ลิงตัวน้อยร้องขอความช่วยเหลือ
งูเห่าเห็นพระยาอัมพา ก็เลื้อยเข้ามาขู่ “เจ้าช้างยักษ์! อย่ามายุ่งกับข้า! นี่คือเหยื่อของข้า!”
พระยาอัมพาไม่เกรงกลัว “เจ้าอสรพิษร้าย! ปล่อยเพื่อนของเราเสีย! การเบียดเบียนผู้อื่นเป็นบาป”
“บาป? ข้าไม่รู้จักบาป! ข้ารู้จักแต่ความหิว!” งูเห่าขู่ฟ่อ
“หากเจ้าไม่ปล่อย มันจะต้องตาย!” พระยาอัมพาเตือน
“แล้วไง! ข้าก็หิว!” งูเห่าตอบอย่างไม่ใส่ใจ
พระยาอัมพาตัดสินใจ ใช้ขาหน้าของตน เหยียบลงไปที่หัวของงูเห่าอย่างแม่นยำ ทำให้งูเห่าสลบไป และปล่อยลิงตัวน้อยออกมา
ลิงตัวน้อยที่รอดชีวิต รีบปีนป่ายขึ้นไปบนหลังของพระยาอัมพา “ขอบคุณท่านมาก ท่านช้าง! ท่านช่วยชีวิตข้าไว้!”
“ไม่เป็นไรเลยเจ้าลิงน้อย” พระยาอัมพากล่าว “เราควรช่วยเหลือซึ่งกันและกัน”
เมื่อพระยาอัมพาเดินจากไป งูเห่าที่สลบไปก็ฟื้นขึ้นมา มันโกรธแค้นพระยาอัมพาเป็นอย่างมาก
“ไอ้ช้างโง่! เจ้าคิดว่าจะเหยียบข้าได้ง่ายๆ อย่างนั้นหรือ! ข้าจะทำให้เจ้าเสียใจ!” งูเห่าคิดอาฆาต
งูเห่าจึงแอบตามพระยาอัมพาไป จนกระทั่งพบผลไม้อันเป็นที่โปรดปรานของพระยาอัมพา นั่นคือผลมะม่วงสุกที่มีรสชาติหวานฉ่ำ
งูเห่าวางแผนการร้าย มันค่อยๆ เลื้อยเข้าไปในพุ่มไม้ใกล้ๆ กับต้นมะม่วง และรอจนพระยาอัมพาเดินเข้ามาใกล้
“ถึงเวลาแก้แค้นแล้ว!” งูเห่าคิด
เมื่อพระยาอัมพากำลังจะใช้งวงดึงผลมะม่วง งูเห่าก็พุ่งออกมาฉกกัดที่งวงของพระยาอัมพาอย่างรวดเร็ว พิษร้ายกาจของมันแผ่ซ่านไปทั่วร่างของช้าง
พระยาอัมพารู้สึกเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส แต่มันก็ยังคงพยายามที่จะไม่แสดงความโกรธออกมา
“เจ้า...เจ้าทำอะไร!” พระยาอัมพาร้องถาม
“ข้ากำลังแก้แค้นเจ้า!” งูเห่าเยาะเย้ย “เจ้าทำข้าเจ็บ เจ้าก็ต้องเจ็บ!”
“แต่ข้าช่วยชีวิตเจ้าไป...” พระยาอัมพาพยายามพูด
“ข้าไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเจ้า! ข้าต้องการให้เจ้าทุกข์ทรมาน!” งูเห่ากล่าว
พระยาอัมพารู้สึกว่าพิษกำลังกัดกินร่างของมัน แต่ในวินาทีสุดท้าย ก่อนที่มันจะสิ้นลมหายใจ มันได้หันไปมองงูเห่าด้วยสายตาอันเปี่ยมด้วยความเมตตา
“หากแม้เราจะได้กลับมาเกิดอีก...ข้าก็ยังคงจะเมตตาต่อเจ้า” พระยาอัมพากล่าว
ด้วยผลแห่งบุญบารมีที่พระยาอัมพาได้บำเพ็ญมา การตายของมันไม่ได้นำพาไปสู่ความเดือดร้อน แต่นำพาไปสู่การเกิดใหม่ที่ดีกว่าเดิม
ส่วนงูเห่า เมื่อมันได้เห็นความเมตตาอันยิ่งใหญ่ของพระยาอัมพาในวาระสุดท้าย จิตใจที่เคยแข็งกระด้างของมันก็เริ่มสั่นคลอน และมันก็ได้เริ่มคิดถึงความผิดบาปที่ตนเองได้ก่อขึ้น
— In-Article Ad —
การตอบแทนบุญคุณด้วยการทำร้าย เป็นการสร้างกรรมที่เลวร้าย
บารมีที่บำเพ็ญ: ขันติบารมี (ความอดทน) และ เมตตาบารมี (ความรักใคร่ ปรารถนาดี)
— Ad Space (728x90) —
204ทุกนิบาตอุเทนสูตรณ แคว้นโกศล อันเป็นแคว้นที่รุ่งเรืองและเต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา มีพระราชาผู้ทรงธรรมนามว...
💡 ความหมายที่แท้จริงของชีวิต คือการเรียนรู้ การพัฒนาจิตใจ การปล่อยวาง การช่วยเหลือผู้อื่น และการใช้ชีวิตอย่างมีปัญญาและเมตตา
22เอกนิบาตอติจาณกชาดกณ เมืองสาวัตถี อันเป็นเมืองที่รุ่งเรืองด้วยพระพุทธศาสนา มีพระภิกษุรูปหนึ่งนามว่า "พระอติจ...
💡 ความตะกละเป็นบ่อเกิดแห่งทุกข์ ควรบริโภคอาหารแต่พอดี รู้จักประมาณตน เพื่อสุขภาพกายและใจที่ดี
53เอกนิบาตมหาสุตโสมชาดกณ แคว้นกาสี อันเป็นแคว้นที่รุ่งเรืองและเต็มไปด้วยอารยธรรม ในสมัยที่พระเจ้าพรหมทัตทรงครอ...
💡 ความเมตตาและการไม่เห็นแก่ตัว คือหนทางสู่ความเจริญ
288ติกนิบาตกุณาลชาดก ณ เมืองราชคฤห์ อันเป็นเมืองหลวงของแคว้นมคธ ในยุคที่พระเจ้าอชาตศัตรูทรงมีพระชนม์ชีพ พระองค์...
💡 การหลงเชื่อคำยุยงโดยไม่ไตร่ตรองนำมาซึ่งความเดือดร้อน การให้อภัยเป็นสิ่งประเสริฐ
504ปกิณณกนิบาตนิทานชาดกที่ 504: พระโพธิสัตว์เป็นพญาอินทรีผู้มีอุเบกขา ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ ท้องทุ่งอันกว้าง...
💡 ความโกรธและความริษยาเป็นเหมือนเพลิงที่เผาผลาญจิตใจตนเอง การมีอุเบกขาต่อสรรพสิ่งและต่ออารมณ์ของตนเอง จะนำมาซึ่งความสงบสุขที่แท้จริง
418อัฏฐกนิบาตมหากปิชาดกณ ป่าใหญ่แห่งหนึ่งในชมพูทวีป พระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็น “พระยามหากปิ” หรือ “พระยาราชลิง” ผู...
💡 ความเสียสละที่ยิ่งใหญ่ อาจเผชิญกับความอิจฉาริษยา แต่คุณงามความดีนั้นจะคงอยู่ตลอดไป
— Multiplex Ad —