ข้ามไปเนื้อหาหลัก
สัตตบุรุษชาดก
ชาดก 547 เรื่อง
101

สัตตบุรุษชาดก

Buddha24 AIเอกนิบาต
ฟังเนื้อหา

สัตตบุรุษชาดก

ในสมัยโบราณกาล ณ กรุงพาราณสี อันเป็นราชธานีอันรุ่งเรืองแห่งแคว้นกาสี พระโพธิสัตว์เจ้าทรงอุบัติเป็นมหาบุรุษผู้ประกอบด้วยคุณธรรมอันเลิศล้ำ ทรงเป็นที่รักและเคารพยิ่งของเหล่าพสกนิกร พระองค์ทรงเป็นพระราชาผู้ทรงทศพิธราชธรรม ทรงปกครองอาณาประชาราษฎร์ด้วยทศพิธราชธรรม โปรดปรานความยุติธรรมเป็นที่ตั้ง และทรงมีพระทัยเมตตาต่อสรรพสัตว์ทั้งปวง

กาลครั้งหนึ่ง เกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ขึ้นในกรุงพาราณสี แผ่นดินแห้งแล้งฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล พืชผลธัญญาหารเหี่ยวเฉา ผู้คนอดอยากยากแค้นทั่วทั้งเมือง ความทุกข์ยากแผ่ซ่านไปทุกหย่อมหญ้า เสียงร้องไห้คร่ำครวญดังระงมไปทั่ว

พระราชาทรงระทมทุกข์ยิ่งนัก ทรงประชุมเหล่าเสนาบดีและปุโรหิตเพื่อปรึกษาหารือถึงหนทางแก้ไข แต่ก็ยังไร้ซึ่งหนทางที่จะบรรเทาความเดือดร้อนของอาณาประชาราษฎร์ได้

ในขณะที่บ้านเมืองกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่นี้ พระโพธิสัตว์ทรงระลึกถึงปางก่อนที่พระองค์ได้ทรงบำเพ็ญบารมีมาหลายภพหลายชาติ พระองค์ทรงมีพระปณิธานอันแน่วแน่ที่จะช่วยเหลือเหล่าพสกนิกรให้พ้นจากความทุกข์ยากให้ได้

วันหนึ่ง ขณะที่พระองค์ทรงประทับอยู่ ณ พระราชวัง ทรงสดับเสียงร้องของบุรุษผู้หนึ่งดังมาจากนอกพระราชวัง พระองค์ทรงมีรับสั่งให้ทหารไปนำบุรุษผู้นั้นเข้ามาเฝ้า เมื่อบุรุษผู้นั้นเข้ามา พระราชาทรงสอบถามถึงทุกข์ร้อน

"ท่านผู้เจริญ เหตุใดจึงได้ร่ำไห้ฟูมฟายถึงเพียงนี้ จงบอกความทุกข์ของท่านแก่เราเถิด"

บุรุษผู้นั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์เป็นเพียงชาวนาธรรมดา บัดนี้แผ่นดินแห้งแล้ง พืชผลของข้าพระองค์ก็เสียหายหมดสิ้น จนไม่มีแม้แต่จะประทังชีวิตของครอบครัว ข้าพระองค์สิ้นหนทางแล้ว จึงมาร่ำไห้อยู่หน้าพระราชวัง ขอพระองค์ทรงเมตตาด้วยเถิด"

พระราชาทรงสดับดังนั้นก็ทรงพระทัยสงสารยิ่งนัก ทรงคิดหาหนทางที่จะช่วยเหลือบุรุษผู้นี้และเหล่าราษฎรทั้งหลาย

ในที่สุด พระองค์ทรงมีพระดำริอันชาญฉลาด ทรงระลึกถึง "สัตตบุรุษ" ซึ่งหมายถึง บุรุษผู้ประเสริฐ 7 จำพวก อันประกอบด้วย:

  1. สัตบุรุษผู้ให้ทาน: ผู้มีจิตเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
  2. สัตบุรุษผู้มีศีล: ผู้รักษาตนให้บริสุทธิ์
  3. สัตบุรุษผู้มีความเพียร: ผู้ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค
  4. สัตบุรุษผู้มีปัญญา: ผู้รู้แจ้งเห็นจริง
  5. สัตบุรุษผู้มีสัจจะ: ผู้ตั้งมั่นในคำพูด
  6. สัตบุรุษผู้มีเมตตา: ผู้ปรารถนาดีต่อผู้อื่น
  7. สัตบุรุษผู้ไม่พยาบาท: ผู้มีจิตใจสงบ

พระราชาทรงมีพระราชดำริว่า หากพระองค์ทรงเป็น "สัตบุรุษ" อย่างแท้จริง และสามารถชักชวนให้เหล่าเสนาบดีและข้าราชบริพารทั้งหลายเป็น "สัตบุรุษ" ได้ ประโยชน์สุขก็จะบังเกิดขึ้นแก่บ้านเมือง

พระองค์จึงทรงมีรับสั่งให้ประชุมเหล่าเสนาบดี ปุโรหิต และข้าราชบริพารทั้งหลาย เข้าเฝ้า ณ ท้องพระโรง

"ท่านทั้งหลาย บัดนี้บ้านเมืองของเรากำลังประสบภัยพิบัติแผ่นดินแห้งแล้ง ฝนฟ้าไม่อำนวย ความทุกข์ยากได้แผ่ซ่านไปทั่วถึง เราในฐานะผู้ปกครองมีความกังวลใจเป็นยิ่งนัก"

พระราชาทรงตรัสต่อ

"ข้าพเจ้าได้คิดไตร่ตรองมาเป็นเวลานาน และเห็นว่า หนทางที่จะแก้ไขวิกฤตการณ์นี้ได้ คือ การที่เราทุกคนต้องร่วมมือกัน บำเพ็ญตนให้เป็น 'สัตบุรุษ' หากเราเป็นสัตบุรุษอย่างแท้จริง เราก็จะสามารถช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และเป็นที่พึ่งให้กับเหล่าราษฎรได้"

เหล่าเสนาบดีและข้าราชบริพารทั้งหลายต่างก็ก้มหน้ารับพระดำรัสด้วยความเลื่อมใส

พระโพธิสัตว์ทรงเป็นแบบอย่างอันดีงาม ทรงเริ่มจากการบำเพ็ญทานอย่างมหาศาล ทรงแจกจ่ายข้าวปลาอาหารแก่ผู้ที่ขาดแคลน ทรงบริจาคทรัพย์สินเพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ ทรงให้ความช่วยเหลือแก่ทุกคนที่เดือดร้อนโดยไม่เลือกหน้า

ในด้านศีล พระองค์ทรงรักษาศีล 5 อย่างเคร่งครัด ทรงเป็นผู้มีหิริโอตตัปปะ (ความละอายและเกรงกลัวต่อบาป) ทรงสำรวมกาย วาจา ใจ อยู่เสมอ

ในด้านความเพียร พระองค์ทรงไม่ย่อท้อต่อการแก้ไขปัญหา ทรงใช้เวลาทั้งหมดเพื่อคิดหาวิธีช่วยเหลือประชาชน ทรงอดทนต่อความเหนื่อยยาก และไม่เคยท้อถอย

ในด้านปัญญา พระองค์ทรงศึกษาเล่าเรียนธรรมะอยู่เสมอ ทรงใช้ปัญญาในการตัดสินปัญหา และทรงมองการณ์ไกล

ในด้านสัจจะ พระองค์ทรงรักษาคำพูดเป็นสำคัญ ทรงทำตามที่ได้กล่าวไว้ทุกประการ

ในด้านเมตตา พระองค์ทรงมีพระทัยเมตตาต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย ทรงหวังดีต่อทุกคน และปรารถนาให้ทุกคนมีความสุข

ในด้านไม่พยาบาท พระองค์ทรงมีจิตใจสงบ ไม่เคยโกรธแค้น หรือคิดร้ายต่อผู้ใด แม้แต่ผู้ที่กระทำผิด

เมื่อพระราชาทรงเป็น "สัตบุรุษ" อย่างสมบูรณ์แบบเช่นนี้ เหล่าเสนาบดีและข้าราชบริพารทั้งหลายก็พลอยได้รับอิทธิพลจากพระองค์ พวกเขาก็เริ่มปรับปรุงตนเองให้เป็น "สัตบุรุษ" ตามอย่างพระราชา

เสนาบดีผู้มั่งคั่งก็เริ่มบริจาคทรัพย์สินช่วยเหลือผู้ยากไร้ ปุโรหิตผู้มีปัญญา ก็เริ่มเทศนาสั่งสอนธรรมะให้ประชาชนเกิดความเข้าใจและมีกำลังใจ

เหล่าข้าราชบริพารต่างก็ช่วยเหลือกันและกัน ส่งเสริมความดีงาม และลดละความชั่ว

ผลจากการที่พระราชาและเหล่าข้าราชบริพารร่วมกันเป็น "สัตบุรุษ" ประชาชนทั้งหลายก็ได้เห็นถึงความดีงามและความเสียสละที่เกิดขึ้น หลายคนก็พลอยสำนึกผิดและปรับปรุงตนเองให้ดีขึ้น

เมื่อผู้คนในเมืองพากันสำนึกในบาปกรรม และหันมาประพฤติตนเป็นคนดีมากขึ้น ความสามัคคีก็เกิดขึ้นในหมู่ชน

และแล้ว ปาฏิหาริย์ก็บังเกิดขึ้น หลังจากที่แผ่นดินแห้งแล้งมานาน ฝนก็ได้ตกลงมาอย่างชุ่มฉ่ำ ท้องฟ้าสดใส พืชผลที่เหี่ยวเฉาก็กลับคืนชีวิต

ความอดอยากยากแค้นก็หมดสิ้นไป ผู้คนกลับมามีความสุขอีกครั้ง

พระราชาทรงยินดีเป็นอย่างยิ่ง ทรงตระหนักว่า การที่พระองค์ทรงเป็น "สัตบุรุษ" และชักชวนให้ผู้อื่นเป็น "สัตบุรุษ" ด้วยนั้น คือหนทางแห่งความเจริญรุ่งเรืองและความสุขที่แท้จริง

เรื่องราวของพระราชาผู้ทรงเป็น "สัตบุรุษ" ได้เล่าขานสืบต่อกันมา เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกคนตระหนักถึงคุณค่าของความเป็น "สัตบุรุษ" ที่จะนำพามาซึ่งความสุขความเจริญทั้งต่อตนเองและสังคม

วันเวลาผ่านไป พระราชาทรงครองราชย์ด้วยทศพิธราชธรรมอย่างสมบูรณ์ ทรงเป็นที่รักของปวงชน และสวรรคตไปสู่สวรรค์

คติธรรม

การเป็น "สัตบุรุษ" หรือผู้ประเสริฐ คือการมีคุณธรรม 7 ประการ ได้แก่ การให้ทาน, การรักษาศีล, ความเพียร, ปัญญา, สัจจะ, เมตตา, และการไม่พยาบาท เมื่อเราประพฤติตนเป็นสัตบุรุษ เราจะไม่เพียงแต่หลุดพ้นจากความทุกข์ แต่ยังสามารถช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นจากความทุกข์ และนำพามาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองแก่สังคมโดยรวมได้

บารมีที่บำเพ็ญ

พระโพธิสัตว์เจ้าทรงบำเพ็ญบารมี 7 ประการ หรือ สัตตบารมี (ทาน, ศีล, เนกขัมมะ, ปัญญา, วิริยะ, ขันติ, สัจจะ, อธิษฐาน, เมตตา, อุเบกขา) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทรงบำเพ็ญบารมีในด้านทาน, ศีล, วิริยะ, ปัญญา, สัจจะ, เมตตา, และขันติ (โดยการไม่พยาบาท)

— In-Article Ad —

💡คติธรรม / ข้อคิด

การเป็น "สัตบุรุษ" หรือผู้ประเสริฐ คือการมีคุณธรรม 7 ประการ ได้แก่ การให้ทาน, การรักษาศีล, ความเพียร, ปัญญา, สัจจะ, เมตตา, และการไม่พยาบาท เมื่อเราประพฤติตนเป็นสัตบุรุษ เราจะไม่เพียงแต่หลุดพ้นจากความทุกข์ แต่ยังสามารถช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นจากความทุกข์ และนำพามาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองแก่สังคมโดยรวมได้

บารมีที่บำเพ็ญ: พระโพธิสัตว์เจ้าทรงบำเพ็ญบารมี 7 ประการ หรือ สัตตบารมี (ทาน, ศีล, เนกขัมมะ, ปัญญา, วิริยะ, ขันติ, สัจจะ, อธิษฐาน, เมตตา, อุเบกขา) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทรงบำเพ็ญบารมีในด้านทาน, ศีล, วิริยะ, ปัญญา, สัจจะ, เมตตา, และขันติ (โดยการไม่พยาบาท)

— Ad Space (728x90) —

นิทานชาดกเรื่องอื่นที่น่าสนใจ

สุวรรณหัตถิชาดก
72เอกนิบาต

สุวรรณหัตถิชาดก

พระโพธิสัตว์ในรูปช้างเผือกผู้ซื่อสัตย์ ณ ดินแดนอันสงบสุขแห่งหนึ่ง ซึ่งมีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ มีแม่น้ำใส...

💡 ความซื่อสัตย์และการเสียสละเพื่อปกป้องผู้อื่น เป็นคุณธรรมอันประเสริฐ

มหาสุบินชาดก
269ติกนิบาต

มหาสุบินชาดก

มหาสุบินชาดกครั้งเมื่อพระพุทธองค์ทรงประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ใกล้พระนครสาวัตถี มีเรื่องราวในอด...

💡 ปัญญาเป็นสิ่งสำคัญในการตีความเหตุการณ์ต่างๆ สิ่งที่ดูเหมือนร้ายอาจกลายเป็นดีได้ หากเรามีมุมมองที่ถูกต้องและเข้าใจถึงเหตุปัจจัย.

มหาปังกาชาดก
200ทุกนิบาต

มหาปังกาชาดก

มหาปังกาชาดกกาลครั้งหนึ่ง ในนครพาราณสี พระโพธิสัตว์ทรงดำรงพระชาติเป็น 'มหาปังกา' ช้างพลายผู้ยิ่งใหญ่...

💡 การรู้จักประมาณตน คือการรู้จักความสามารถที่แท้จริงของตนเอง และใช้มันให้เป็นประโยชน์ การโอ้อวด หรือพยายามเป็นในสิ่งที่เราไม่ใช่ อาจนำมาซึ่งความเดือดร้อนและภยันตราย

กุฏสิขชาดก (เรื่องอีกา)
179ทุกนิบาต

กุฏสิขชาดก (เรื่องอีกา)

กุฏสิขชาดก (เรื่องอีกา) ในสมัยพุทธกาล ณ กรุงสาวัตถี ขณะที่พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ วัดพระเชตว...

💡 การทำกรรมดีย่อมนำมาซึ่งผลดี การทำกรรมชั่วย่อมนำมาซึ่งผลชั่ว การเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสารเป็นไปตามกฎแห่งกรรม แม้ในสถานะที่ต่ำต้อยเพียงใด หากตั้งมั่นในความดีและระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย ก็ย่อมสามารถพบหนทางแห่งการพ้นทุกข์ได้

สุมังคลชาดก
143เอกนิบาต

สุมังคลชาดก

สุมังคลชาดกณ กรุงสาวัตถีอันรุ่งเรือง พระราชาทรงพระนามว่า พระเจ้าปิงคละ ทรงเป็นกษัตริย์ผู้ทรงพระปรีชา...

💡 ความจริงย่อมชนะความเท็จ ผู้ที่คิดร้ายต่อผู้อื่น ย่อมได้รับผลกรรมนั้น.

อุปปุริชาดก (เรื่องกา)
171ทุกนิบาต

อุปปุริชาดก (เรื่องกา)

อุปปุริชาดก (เรื่องกา) ณ ป่าใหญ่ที่เขียวชอุ่ม ท่ามกลางเสียงนกร้องเจื้อยแจ้วและกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไ...

💡 อย่าตัดสินผู้อื่นจากรูปลักษณ์ภายนอก หรือความแตกต่าง แต่ให้มองถึงคุณค่าภายในและการกระทำ ความพยายามและความมุ่งมั่นสามารถนำไปสู่ความสำเร็จได้เสมอ

— Multiplex Ad —

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน วิเคราะห์การเข้าชม และแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้อง นโยบายความเป็นส่วนตัว