เรามักพูดกันถึง 'ตัวตน' 'ตัวฉัน' 'ของฉัน' อยู่เสมอ แต่เคยสงสัยไหมว่าแท้จริงแล้ว 'ตัวตน' ที่เรายึดถือนั้นคืออะไรกันแน่ พระพุทธศาสนาได้สอนเรื่อง 'ขันธ์ 5' เพื่อให้เราเข้าใจธรรมชาติของสรรพสิ่ง รวมถึงตัวเราเองอย่างลึกซึ้ง
ขันธ์ 5 หมายถึง ส่วนประกอบทั้ง 5 ที่ประชุมรวมกันเป็นชีวิต หรือที่เราเรียกว่า 'คน' หรือ 'สัตว์' ซึ่งประกอบด้วย รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ เปรียบเสมือนรถยนต์ที่ประกอบด้วย ล้อ เครื่องยนต์ เบาะนั่ง พวงมาลัย และระบบไฟฟ้า รถยนต์คันหนึ่งจะวิ่งได้ก็ต้องอาศัยส่วนประกอบเหล่านี้รวมกันฉันใด ชีวิตของเราก็ดำรงอยู่ได้ด้วยขันธ์ 5 นี้ฉันนั้น การเข้าใจขันธ์ 5 คือก้าวแรกของการเข้าใจธรรมชาติของตัวตนที่แท้จริง
— In-Article Ad —
รูป คือ ส่วนที่เป็นร่างกาย เป็นวัตถุ มีลักษณะคงที่ จับต้องได้ มองเห็นได้ ได้แก่ อวัยวะต่างๆ ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า รวมถึงธาตุทั้ง 4 ดิน น้ำ ลม ไฟ ที่ประกอบกันเป็นร่างกายของเรา รูปนี้เป็นสิ่งที่ไม่เที่ยง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปตามกาลเวลา เมื่อเรามองเห็นสิ่งต่างๆ ร่างกายก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่รับรู้ภาพนั้นเข้ามา แต่ไม่ใช่ทั้งหมดของ 'เรา' ที่กำลังมอง
เวทนา คือ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากการกระทบกันของอายตนะภายในและอายตนะภายนอก แบ่งออกเป็น 3 อย่าง คือ สุขเวทนา (รู้สึกสบาย), ทุกขเวทนา (รู้สึกไม่สบาย) และ อทุกขมสุขเวทนา (ไม่สุขไม่ทุกข์) เวทนาเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เรามักจะยึดติดกับความสุข และพยายามหลีกหนีความทุกข์ ซึ่งการยึดติดนี้เองที่นำไปสู่ความทุกข์ที่มากขึ้น
สัญญา คือ ความจำได้หมายรู้ เมื่อประสาทสัมผัสทั้ง 5 คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ได้รับข้อมูลจากสิ่งต่างๆ สัญญาจะทำหน้าที่จดจำลักษณะ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส หรือความคิดนั้นๆ เช่น เห็นต้นไม้ ก็จำได้ว่าเป็นต้นไม้ ได้กลิ่นดอกไม้ ก็จำได้ว่าเป็นกลิ่นดอกไม้ สัญญาช่วยให้เราแยกแยะสิ่งต่างๆ ได้ แต่ก็เป็นสิ่งที่เราอาจจำผิด หรือจำไปเองโดยไม่มีเหตุผลอันควร
— In-Article Ad —
สังขาร คือ การปรุงแต่งของจิต เป็นกระบวนการคิด วางแผน ตัดสินใจ สร้างเจตนาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในใจ ไม่ว่าจะเป็นความคิดดี ความคิดชั่ว คำพูด หรือการกระทำ สังขารนี้เองที่เป็นตัวผลักดันให้เราทำสิ่งต่างๆ ออกไป และเป็นตัวกำหนดกรรมของเรา การที่จิตปรุงแต่งไปในทางใด ก็จะส่งผลให้เกิดเวทนาและความเป็นไปในชีวิตเช่นนั้น
วิญญาณ คือ การรับรู้ หรือการรู้แจ้งในอารมณ์ที่ปรากฏแก่ผัสสะทั้ง 6 ได้แก่ จักขุวิญญาณ (เห็นรูป) โสตวิญญาณ (ได้ยินเสียง) ฆานวิญญาณ (ได้กลิ่น) ชิวหาวิญญาณ (ลิ้มรส) กายวิญญาณ (รับสัมผัส) และมโนวิญญาณ (รู้แจ้งในอารมณ์ทางใจ) วิญญาณจะทำงานร่วมกับอายตนะอื่นๆ เพื่อให้เกิดการรับรู้ประสบการณ์ต่างๆ ในชีวิต
"รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ นี้เป็นกองทุกข์"
— พระไตรปิฎก เล่มที่ 17 พระสุตตันตปิฎก เล่ม 9 สังยุตตนิกาย สคาถวรรค
เมื่อเราเข้าใจว่า รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ เป็นเพียงส่วนประกอบที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปตามธรรมชาติ การยึดมั่นถือมั่นใน 'ตัวตน' ก็จะค่อยๆ คลายลง ทำให้เรามองเห็นความจริงของชีวิต และสามารถดำเนินชีวิตด้วยความไม่ทุกข์ร้อนได้
— Ad Space (728x90) —